Feeds:
Posts
Comments

วันที่สามในโตเกียว เป็นวันอาทิตย์ซะด้วย ตื่นมาสายราวๆ 9 โมงกว่าเกือบสิบโมง นึกขึ้นได้วันนี้มีนัดเทนส์นี่นา เลยโพสต์ในเฟสบุ๊คถามไปคอนเฟิร์ม

ปรากฎว่า อยากลอง Skype บน IPhone ว่าใช้ที่ข้าวสารนินจาจะเวิร์กไหม เลยโทรไปหาเสี่ยเทนส์อีกที โดยโทรเข้ามือถือ ปรากฎว่า เสียงชัดเจนใช้ได้ ดีพอๆกับโทรศัพท์ทั่วไปเลย นัดแนะได้ความว่า เจอกันที่รูปปั้นฮาจิโกะ หมาน้อยที่มารอเจ้าของหน้าสถานีชิบุย่า จนเขาสร้างรูปปั้นให้ ตอนเที่ยง พอวางสายลองเช็คเครดิตใน Skype พบว่าคุยพอสมควรลดไปไม่กี่เซนต์  เป็นอันว่าเรื่องโทรศัพท์หมดปัญหาไปอีกเรื่อง แถมประหยัดด้วย เลยถือโอกาสปิด สัญญานมือถือที่เปิด International Roaming ไปเลย จะได้ไม่เผลอกดให้เสียตังค์เล่น

ลงมาที่ Front ถาม Sayaka-san ว่า ไปรูปปั้นฮาจิโกะที่ชิบุย่า ออกทางออกไหน ได้ความว่า ทางออก ชื่อ ฮาจิโกะ เลย ชื่อแบบนี้ไม่พลาดแน่ๆ

ออกเดินทางโดยขึ้นรถไฟ JR สาย Chuo-Sobu จาก Asakusabashi ไปเปลี่ยนรถที่ Akihabara ขึ้นสาย Yamanote ไปลง Shibuya  ออกจากสถานีทางทางออกฮาจิโกะ

ออกมาพบกับคนมหาศาล…  เนื่องจากมาถึงเร็วกว่าเวลานัดราวครึ่งชั่วโมง เลยถ่ายรูปไปรอบๆ

คุณหมอจิน ทะลุมิติ ภาคใหม่เริ่ม 17 นี้!! แต่สงสัยจะไม่ได้ดู เพราะ 17 นี้พักที่ toco เหมือนจะไม่มีทีวี..

รูปปั้นเจ้าหมาน้อยฮาจิโกะ ที่มารอคอยเจ้านายทุกวัน  ตอนนี้กลายเป็นรูปปั้นที่คนนิยมใช้มาเป็นที่นัดพบกัน ขอบอกว่าคนเยอะมากกกกกก ข้างหลังที่ยืนถ่ายรูปมีหลายสิบคนเลยทีเดียว แถมญี่ปุ่นเป็นประเทศที่สูบบุหรี่จัดใช้ได้ กลิ่นบุหรี่ตรงนี้เลยแรงทีเดียว

อย่ากระนั้นเลย ลองโทรหาเทนส์อีกที คราวนี้ลอง Skype ผ่าน Mobile Router ที่เช่ามาหน่อย ทดสอบว่า 3G เขาจะไวพอสำหรับการโทร VOIP แบบ Skype ไหม  พบว่าเสียงชัดปิ๊ง ใช้ได้เลย  ทดแทนโทรศัพท์มือถือได้สบายๆ แต่เทนส์ยังไม่ออกจากที่พัก..  อาเมนโดยเจ้าตัวกะว่าเที่ยงคงถึง  คงต้องไปหาไรทำก่อนระหว่างรอ

เลยมองไปมองมา เห็นป้าย Tokyu Foodshow ซึ่งเป็นชั้นขายอาหารใต้ดินของห้างโตคิว เลยเดินลงไปสำรวจ ฆ่าเวลา

พบว่า คิดผิดอย่างมาก!!  อาหารที่นี่น่ากินสุดๆ มีสารพัดอย่าง ซูชิ ปลาไหล ขนมปัง เค้ก ซาละเปา เบนโตะ และอื่นๆอีกมากมาย จาระไนไม่หมด ประกอบกับยังไม่ได้กินอาหารเช้า นี่ก็สิบเอ็ดโมงกว่าแล้ว  เดินไปเดินมาน้ำย่อย เริ่มออกมารบกวน

ทั้งๆที่เดี๋ยวก็จะไปกิน มิโดริซูชิ อยู่แล้ว แต่ก็อดไม่ไหวต้องสอยมาก่อน 1 กล่อง ซูชิหน้าไข่หอยเม่น  4 ชิ้น 790 เยน  เอามาแกะยืนกินตรงสแตนด์ที่เขามีไว้ให้ยืนกิน  ที่ญี่ปุ่นตามชั้นขายอาหารนี่จะมีโซนให้กินได้ จัดไว้ แล้วแต่ห้าง บางห้างก็เป็นสแตนด์ยืนกิน บางห้างก็เป็นเคานเตอร์ให้นั่งกิน เป็นที่เป็นทาง

พอกินเสร็จก็เดินขึ้นมา พบว่าเสี่ยเทนส์ มายืนรออยู่แล้ว  แต่งตัวดูแล้วเป็นคนญี่ปุ่นไปแล้ว แถมกำลังโพสต์บนเฟสบุ้คว่ากำลังรออยู่..  แหม ฉันมาก่อนตั้งครึ่งชั่วโมงนะเฟ้ย!!

ระหว่างมายืนรอ ต่อคิวที่ มิโดริ ซูชิ สาขา มาร์ค ซิตี้  (ชื่ออัปมงคลมากสำหรับคนไทย) นายแบบเลยโพสต์ท่าคู่กับไอโฟน 4 ที่ถอยที่ญี่ปุ่น อันนี้ก็เป็นอีกเรื่องที่เอามาฮากันพอสมควร  เพราะเคยมีเรื่องที่แฟนบอยซัมซุงแกแล็กซี่เอส มาบอกว่าที่ญี่ปุ่น ซัมซุงกาแล็กซี่เอส ขายดีมาก ชนะไอโฟนอีก  พอมาญี่ปุ่น ก็เลยมองๆ สังเกตดูมือถือที่เขาใช้กัน ตั้งแต่มาโตเกียวจนกลับเมืองไทย สิบกว่าวัน เดินทางแรดไปทั่ว ขึ้นรถไฟ JR ลงใต้ดิน Metro ไปเดินห้างโน้นห้างนี้ ยังไม่เห็นคนใช้ซัมซุง กาแล็กซี่เอส สักเครื่อง ยกเว้นตรงบูธขายของซัมซุง!!

ไอโฟนยังพอเห็นบ้าง  แต่ที่เห็นมากสุดคือมือถือแบบพับๆ  จัดเป็นอัตราส่วน น่าจะ 80:20  คือในสิบคนจะเห็นแบบพับๆ สัก 8 เครื่อง แล้วก็ไอโฟน 2 เครื่อง

สำหรับรสชาติของมิโดริ ซูชิ ถือว่าดีทีเดียว วัตถุดิบสดใช้ได้ มื้อนี้ตก 2 คน 6 พันกว่าเยน  กินเสร็จราวๆบ่าย ส่วนรายการของ OZ Academy มีตอนราวๆ 5 โมง เพราะฉะนั้นเลยมีเวลาว่างๆ ราวๆ สองชั่วโมงนิดๆ ให้ไปเดินย่อย  เลยบอกให้เทนส์พาเป็นไกด์เที่ยวสักสองชั่วโมง อยากพาไปไหน ก็เชิญไกด์นำทาง!!

คุณไกด์เฉพาะกิจเลยตัดสินใจพาไป ศาลเจ้าเมจิ ที่ฮาราจุกุ ซึ่งเลยจากชิบุย่าไป 1 สถานี

ระหว่างนั้นเลย ถ่ายสี่แยกยอดฮิตสักหน่อย

ออกจากสถานีมา คนมหาศาลมากมาย  ส่วนใหญ่มารอแฟน (เจ้าเทนส์ว่างั้นนะ)

ผ่านสะพานยอดฮิตที่ฮาราจุกุ แต่วันนี้ไม่เห็นคนแต่งคอสเพลย์เลย แม้จะเป็นวันอาทิตย์ เจอแต่แก๊งนี้มาโปรโมตอะไรสักอย่าง  บอกว่าเป็น แก๊ง”เพื่อนเทนส์” ก็เชื่อนะเนี่ย

วันนี้คนมาศาลเจ้าเมจิเยอะเหมือนกัน ความรู้สึกแรกคือ “ในที่สุด ก็ได้มาสถานที่ๆนักท่องเที่ยวเขามากันแล้วสินะ!!”

ส่วนที่เก็บเหล้าตรงทางเข้าศาลเจ้า

ส่วนอันนี้เป็นไวน์  คุยกับเทนส์เล่นๆ ว่าข้างในจะมีเหล้าอยู่จริงๆหรือเปล่า  ถ้าเป็นเมืองไทย สงสัยโดนมาแอบเจาะไปกินหมดแล้ว

ศาลานี้สำหรับเอาไว้ล้างสิ่งสกปรกออกจากร่างกาย  โดยให้ ล้างมือซ้าย ล้างมือขวา ล้างปาก ล้างกระบวย เป็นขั้นตอนไป

อันนี้เป็นส่วนของการเขียนแผ่นป้ายอธิษฐาน เรื่องราวต่างๆ  ไปเดินๆดูแผ่นป้ายคนไทยเยอะใช้ได้เหมือนกัน แต่งวดนี้ขอผ่านไม่อยากเขียนอะไร

ตรงแท่นนี้เป็นแท่นขอพร วิธีก็ โยนเหรียญลงไป (เจ้าเทนส์บอกว่า 5 เยน ขลังสุด) แล้วก็ปรบมือ 2 ครั้ง (ปลุกสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ตื่น)

แล้วพนมมือขอพร เสร็จแล้วก็โค้ง 1 ที

ที่นี่ก็มีมิโกะขายของที่ระลึกอยู่ด้วย แต่ไม่ได้ซื้ออะไรพิเศษที่นี่

จากนั้นเจ้าเทนส์ก็บอกว่า เดินทะลุสวน โยโยหงิ ไปละกัน ไปสถานีรถไฟ  (มันจะพาหลงไหมเนี่ย ยิ่งมีชื่อเสียงเรื่องพาชาวบ้านหลงซะด้วย)

มีคนมาปูเสื่อปิกนิกกันเยอะพอสมควร แต่น่าเสียดายที่มีซากุระบานอยู่ไม่กี่ต้น ถ่ายรูปนิดหน่อย แวะเข้าห้องน้ำ แล้วก็เดินทะลุไปสถานีรถไฟ แยกจากเทนส์แล้วก็มุ่งหน้าสู่เป้าหมายต่อไป สถานี ชินจูกุ

เป็นวันอาทิตย์ คนที่ชินจูกุเยอะมากๆ เดินดูของ ดูร้านได้สักพัก ก็มุ่งหน้าสู่สถานที่ๆจะไป คือย่านโลกีย์ของชินจูกุ คาบุกิโจ

ซุ้มประตูทางเข้าทิศใต้ของย่านคาบุกิโจ  ใครเคยเล่น Ryu ga Gotoku หรือ Yakuza ของเครื่องเพลย์  น่าจะคุ้นเคยดี เพราะเกมนี้ใช้ย่านสมมติคือ คามุโระโจซึ่งก็จำลองย่านนี้มาแทบจะเป๊ะๆเลย แค่สลับร้านค้าบ้างเท่านั้นเอง  โดยพระเอกของเกมแทบทุกภาค จะสตาร์ท อยู่ไอ้ตรงประตูนี้แหละ

เดินเล่นถ่ายรูปไปสักพัก  สมกับเป็นแหล่งโลกีย์จริงๆ มองไปทางไหนก็เจอแต่คลับ ร้านขายสื่อลามกสารพัด  แหม ที่นี่มีทั้งคนเชียร์เข้าร้าน DVD โป๊  คล้ายๆเมืองไทยเลย แบบ “โป๊มั้ยพี่”  ที่นี่มีดักอยู่กลางแยกเลย  ต้องเดินผ่านทำไม่สน ไม่งั้นถ้าหยุดคุยแล้วสงสัยจะยาว  555

เป้าหมายสำหรับเย็นนี้  คือตึกนี้แหละ Humax Pavillion Kabukicho โดยสังเวียน Shinjuku FACE จะอยู่บนชั้น 7 ของตึกนี้  วิธีเดินมายังตึกนี้ง่ายมาก คือถ้าเดินจากประตูทางเข้าทิศใต้ตามรุปก่อน  เดินตรงมาอย่างเดียวครับ จะเจอตึกนี้เองอยู่ตรงลานกว้างๆ โดยอยู่ตรงหัวมุมทางซ้าย  ไม่น่าพลาดไปได้

อีกสักรุปกับภาพมุมกว้างขึ้นมาอีกนิดของตึก Humax Pavillion Kabukicho

โปสเตอร์รายการสำหรับวันนี้  OZ Academy  เป็นรายการฉลองครบรอบ 15 ปี และก็มีตัวเล็กๆข้างล่างเขียนบอกว่า ฉลองครบรอบ 25 ปีของเจ๊ Mayumi Ozaki , Dynamite  Kansai, Aja Kong และ KAORU ด้วย

จากนั้นก็กดลิฟต์ขึ้นไป ปรากฎว่า ไฟไม่ติด ก็นึกว่าไฟเสียแบบลิฟต์เมืองไทยหลายๆที่  เลยกดไปชั้น 6 เอาวะ เดินขึ้นบันไดไปก็ได้  ปรากฎว่าเปิดมาชั้น 6 เป็นคาราโอเกะ  หาบันไดขึ้นไม่มี!  เดินกลับเข้าลิฟต์กดชั้น 7 ใหม่ ไม่ติด  กดชั้น 8 กะว่าเดินลงเอาก็ได้  ออกชั้่น 8 ไป เจอ Mo-Mo Paradise  พนักงานต้อนรับ “อิรัชไชมาเสะ”  ต้องรีบปฎิเสธไปว่าไม่ได้มากินสุกี้-ชาบู!!  เออ ไม่มีบันไดเดินลงอีก  เอาละสิ เอาไงดี ว่าแล้วก็เลยกดลิฟต์กลับมาชั้น 1

“ตรึ่ง โป๊ะ!!”  ลงมาชั้น 1 เดินไปเดินมา เหลือบไปเห็นไอ้ป้ายนี้พอดี เขาบอกไว้ว่า รายการเปิดประตูให้เข้า 17:30 เริ่ม 18:00  ส่วนล็อบบี้ชั้น 7 เปิดให้เข้าได้ตอน 16:30  มาเร็วไปอีกวันซะแล้ว  ลิฟต์เลยไม่ให้กดชั้น 7 นี่เอง!   แล้วป้ายนี้ดันอยู่หน้าลิฟต์ตัวในสุด  ไอ้เราก็เดินมากดลิฟต์ตัวแรกอันนอกสุดเลย เลยไม่เห็น  แหม จะติดป้ายบอกทั้งที น่าจะติดให้เห็นง่ายกว่านี้หน่อยนะ!!

หลังจากนั้นเลยเดินเล่นอีกแป๊ปนึง พอเลย 16:30 แล้วกดลิฟต์ขึ้นไปชั้น 7 ทีนี้กดได้ละ แต่ก็ยังเข้าส่วนของเวทีไม่ได้ ตอนแรกว่าจะมาดูบูธขายของก่อน แต่บูธตั้งอยู่ด้านในหลังประตูฉีกตั๋ว เพราะฉะนั้น ตอนนี้ก็ยังเข้าไปดูของขายอะไรไม่ได้   เลยกดลิฟต์ลงมาเดินเล่นข้างล่างดีกว่า อยู่บนนั้นไม่มีอะไรทำ

เดินดูโน่นดูนี่อีกนิดหน่อย ไปเจอโฆษณา 3DTV  เข้า 3D มันต้องแบบนี้สิ!!

พอกลับมา โอ้วคนต่อคิวกันเพียบแล้ว  เป็นคิวสำหรับขึ้นลิฟต์ไป Shinjuku FACE น่ะแหละ เพราะต้องขึ้นไปทางลิฟต์อย่างเดียว แล้วถ้าไม่จัดระเบียบจะมีปัญหาแย่งกันขึ้นแน่นอน  ต้องขอชมเรื่องเข้าคิวมาก สำหรับคนญี่ปุ่นมีวินัยในเรื่องนี้กันมาก ทำให้หลายๆเรื่องเป็นระเบียบเรียบร้อยและเคลียร์ได้เร็ว

จากนั้นก็ต่อคิวขึ้นลิฟต์ไป Shinjuku FACE เรียบร้อย  ตรงจุดฉีกบัตร จะมีขายบัตรแลกเครื่องดื่มอยู่ โดยอยู่ที่ราคาดริงค์ละ 500 เยน

หลังจากนั้นใช้เวลาเดินดูของที่ระลึกต่างๆนิดหน่อย ไม่ค่อยมีอะไรโดนใจ  ผ่านมาเจอ สติกเกอร์ ชาริตี้ การกุศลบริจาคช่วยเหลือเกี่ยวกับซึนามิ ราคา 500 เยน เลยควักตังค์ซื้อมาอันนึง

มีของที่ระลึกจากต่างค่าย รวมทั้งตั๋วรายการอื่นๆมาขายด้วย ที่เห็นๆก็มี WAVE , JWP , Stardoms  แล้วก็มี SMASH อีกนิดหน่อย (เห็นเป็นป้ายโฆษณามากกว่า)

พอดูโต๊ะขายของได้สักพักก็เดินเข้าไปในตัวเวที หาที่นั่ง  วันนี้นั่งริงค์ไซด์ฝั่งตะวันตก  กะดูโดยคร่าวๆ ที่ Shinjuku FACE นี่น่าจะจุคนได้ราวๆ 500 กว่าคน นั่งรอสักพักจนจะถึงเวลาเริ่ม คนก็มากันเต็มเวทีใช้ได้ ไม่เห็นที่ว่างเลย  รายการนี้ไม่ห้ามถ่ายรูป  ก็เลยหยิบกล้องมาถ่ายไปเรื่อย

โดยรวมรายการของ OZ Academy ให้อารมณ์ของ Joshi แตกต่างจาก Ice Ribbon เมื่อวานอย่างสิ้นเชิง (แหม ก็แหงอยู่แล้ว)  แล้วก็ชอบมีอัดกันข้างนอกเวที  วันนี้นั่งริงค์ไซด์ เลยต้องเตรียมตัวหน่อย เวลานักมวยปล้ำพากันมาอัดตรงที่นั่งคนดู ก็จะมีสตาฟฟ์ทีมงาน คอยมากันและต้อนคนออกจากจุดนั้น  แล้วโฆษกก็จะประกาศให้คนดูตรงนั้นกรุณาหลีกไป ก็ตื่นเต้นดี ต้องคอยพร้อมอยู่เสมอ เพราะบางทีสตาฟฟ์ทีมงานก็ไม่ทัน  พอลากมาอัดกันก็แทบจะโดนลูกหลงเลยทีเดียว

20110410-234219.jpg

อย่างอันนี้ ป้ามานามิ โตโยต้า โดนอัดมากองอยู่ข้างหน้าเลย รีบกดชัตเตอร์ แล้วรีบเผ่นทันที

20110411-003253.jpg

แมตช์นี้น้องอายูมิ คุริฮาร่า โดนอัดหนักใช้ได้เลย แล้วก็โดนทีมของทาง JUNGLE JACK 21 โดย AKINO กดชนะไป แต่ต้องยอมรับว่าตัวจริงน่ารักมากๆ ฟอร์มและลีลา ก็ถือว่าดีทีเดียว ไม่ผิดหวังๆ

รายการนี้ที่ประทับใจมากที่สุดคือทีมนี้ Tomoka Nakagawa และ Hiroyo Matsumoto โดยเฉพาะ Matsumoto เธอโชว์ฝีมือไม้ลายมือได้น่าประทับใจมาก รวมไปถึงหน่วยก้านรูปร่างที่ค่อนข้างใหญ่  โชว์พลังได้น่าประทับใจ น่าจะมีอนาคตในวงการได้ไกลเลย ไม่รวมถึงเวลายิ้มแล้วดูดีมีสเน่ห์ทีเดียว ยอมรับว่าชอบมากสำหรับเธอคนนี้ จากแต่ก่อนที่ไม่ค่อยได้ตามผลงานเท่าไหร่ สงสัยจะต้องได้ตามผลงานมากขึ้นซะแล้ว

20110411-003337.jpg

สำหรับคู่เอกเป็นศึก Three-Way Double Pinfall คือศึกสามเส้าระหว่าง Ozaki กับ Aja Kong และ KAORU ที่เป็นแชมป์คนปัจจุบัน  โดยไม่ห้ามอาวุธใช้ได้หมด  แล้วก็บุคคลที่สามมาช่วยได้ ไม่ผิดกติกา  โดยมีเดิมพันคือ ถ้า Aja Kong แพ้ Jungle Jack 21 จะต้องโดนยุบ   ส่วนถ้า Ozaki แพ้  Ozaki Army จะโดนยุบ  ประมาณนี้

แต่ปัญหาก็เกิดเพราะ KAORU ไปผิดคิว  เซ็ท Aja Kong ไว้บนโต๊ะข้างเวที แล้วกระโดดจากเทิร์นบัคเคิลไปอัด เป็นเล็กดร็อป หรือ ฟุตสตอร์มป์ นี่แหละ แล้วโต๊ะไม่หัก  Aja Kong เลื่อนตกโต๊ะ   เลยทำให้ KAORU บาดเจ็บ น่าจะบาดเจ็บที่ข้อเท้า อาจจะถึงข้อเท้าหัก (จากที่เห็น)  ก็เลยกลายเป็น Aja Kong อัดกับ Ozaki กัน  ตัว-ตัว  ส่วน KAORU โดนหิ้วกลับเข้าห้องแต่งตัวไปแล้ว

สงสัยกลัวผู้ชมไม่คุ้ม เลยเล่นอาวุธกันใหญ่ ทั้งลวดหนาม ไม้เบสบอลพันลวดหนาม กระป๋อง ปีีป โซ่  งัดเอามาใช้กันใหญ่  เรียกเลือดออกทั้งคู่ โดยสุดท้าย Aja Kong สามารถกด Ozaki ชนะไปได้ Pinfall แรก

20110411-003446.jpg

ทีนี้แมตช์มันเป็น Three Way Double Pinfall เลยมีปัญหา  พอจะเริ่มต่อ  กรรมการไปสั่งยุติ (ตรงนี้ฟังที่กรรมการไปหยิบไมค์มาอธิบาย อาจจะผิดพลาดไปบ้าง) เนื่องจาก KAORU ไม่สามารถปล้ำได้ เป็นอันว่า KAORU แพ้ไป  โดยกลายเป็น Aja Kong กับ Ozaki ชนะทั้งคู่  เป็นอันว่า Aja Kong ชนะไป เพราะชนะ 2 ครั้งก่อน

ทีนี้ทั้ง Aja Kong กับ Ozaki ก็ไม่พอใจ  แฟนๆก็ไม่พอใจ  Aja Kong เลยท้าทาย Ozaki ให้เป็นแมตช์ตัวต่อตัว  NO DQ  1 ยก วัดกันไปเลย

ในรูปข้างบนเป็นรูป Ozaki ระหว่างฟัง Aja Kong ท้าให้เปลี่ยนเป็น แมตช์ตัวต่อตัว NO DQ  (เลือดแกก็ไหลโกรกแล้วตอนนั้น)

พอสตาร์ทแมตช์ต่อ  ทีนี้เละเทะยิ่งกว่าเก่า  คราวนี้เลือดท่วมเลย โดยเฉพาะ Ozaki  แต่ก็เรียกเลือด Aja Kong ได้บ้างจากท่าชุดที่อัดกับป้ายที่ติดลวดหนาม  แต่โดยรวม ป้า Ozaki โดนไปหนักมาก  สงสัยกลัวคนดูไม่คุ้ม  ไม่พอใจ  จนสุดท้ายโดนอัดจนแพ้ไปแบบ หวาดเสียวเล็กๆ เพราะเลือดท่วมเลยทีเดียว  แต่นับว่าอัดกันมันส์ + โหดใช้ได้  น้องๆ บิ๊ก เจแปน เหมือนกัน

เป็นอันว่างวดนี้ Jungle Jack 21 กวาดเข็มขัดหมดทุกเส้น  โดย Kong ได้แชมป์เดี่ยว ส่วน Tomoka Nakagawa กับ Hiroyo Matsumoto ได้แชมป์แทกทีม  แต่เรื่องว่า ถ้า Ozaki แพ้แล้ว Ozaki Army จะโดนยุบไหม อันนี้ไม่ค่อยแน่ใจ  คงต้องรอติดตามต่อไป

อันนี้ ถ่ายตอนรายการเลิกแล้ว แต่คนยังออเต็มหน้าลิฟต์  ไม่อยากไปเบียดกับเขา เลยกลับเข้ามาถ่ายรูปเป็นที่ระลึกอีกหน่อย สำหรับสังเวียน Shinjuku FACE เนื่องจากคงไม่ได้มาอีกแล้ว สำหรับทริปนี้  เพราะรายการที่เหลือทั้งหมดที่จะไปดู จะไปจัดที่ Korakuen Hall หมด ตอนนี้พบปัญหาอย่างนึงแล้วคือ แบตกล้องไม่พอ! เตรียมไป 3 ก้อน เป็นแบตแท้ก้อนนึง แบตปลอมก้อนนึง และแบต 3rd Party อีกก้อนนึง   พอมาถึงตรงนี้ ก้อนสุดท้ายเหลือขีดสุดท้ายกระพริบล่ะ

ออกมาเห็นป้ายรายการงวดต่อไป (?) ของ OZ Academy วันที่ 3 เดือน 5  อยู่ในช่วง Golden Week พอดี  โดยไปจัดที่ Green Dome

ตอนเดินกลับ ถ่ายรูปแสงสีกับย่านโลกีย์ คาบุกิโจ สักหน่อย  แอบกะว่า ถ้าวันไหนว่างเย็นๆ อาจจะมาเดินย่านนี้อีก (แต่สุดท้าย ก็ไม่ได้มาอีก)

มื้อเย็นวันนี้  ต้องอาศัยร้านสะดวกซื้อใกล้ที่พักอีกแล้ว  เนื่องจากกลับดึก  มื้อนี้เป็น BIG Cup Noodle Curry  อร่อยทีเดียว ชอบๆ

วันต่อไปไม่มีรายการมวยปล้ำ กะว่าจะหาโปรแกรมเที่ยวแบบทั่วๆไปมั่งล่ะ..  แล้วก็ต้องไปเดินหาแบตกล้องเผื่อไว้อีกก้อนด้วย  เพราะมีปัญหาแบตไม่พอใช้

แต่แล้วปรากฎว่า คืนนี้ท้องเสีย!!  ไม่รู้เหมือนกันว่าอะไรทำพิษ  แต่ตัวเองก็เป็นคนที่ท้องเสียง่ายอยู่แล้ว   เป็นอันว่ากินยาแก้ท้องเสีย แล้วก็เข้าๆออกๆ ห้องน้ำ จนเกือบเช้า  ไม่ได้นอนเท่าไหร่เลย…

คำเตือน รูปเยอะ โหลดโหด!! (แวะมาอ่านแล้ว คอมเมนท์กันบ้างนะ)

จากเมื่อวาน มีคนถามว่า ทริปมวยปล้ำรึ? ขอตอบว่าตอนแรกไม่ใช่นะ (แต่ตอนนี้ใช่!!) ตั้งใจจัดทริปมากันสี่คน แต่พอมีเรื่องแผ่นดินไหวกับซึนามิขึ้น ครอบครัวเพื่อนคัดค้านไม่ให้มา ก็เลยล่มทริปไป แต่ครอบครัวเขาไม่ใช่ครอบครัวเรา เช็คข่าวแล้วก็สถานการณ์กับเพื่อนเรียบร้อย เอ้าเขาไม่ไป ไม่เกี่ยวกับเรานี่หว่า ซ่าเว้ย เลยปรับเป็นทริปลุยเดี่ยว เน้นอยู่โตเกียวและแถบคันโต เอาเงินค่า JR Pass ที่วางไว้มาเป็นค่าตั๋วเข้าชมแทน ชมแบบ 6-7 รายการเลย แล้วก็เปลี่ยนจาก สายการบินเวียดนามเป็น United Airlines แทนเนื่องจากราคาพอกัน แต่บินตรงลงนาริตะเลย แล้วก็เลยถือโอกาสพาทัวร์มวยปล้ำญี่ปุ่น เผื่อใครๆที่จะมา จะได้ข้อมูลด้วย

วันนี้ตื่นมาตอนสายราวๆ 9 โมง เนื่องจากแก้บล็อกจนเช้า (กรูจะไม่เขียนดีไหมเนี่ย เวลานอนหดหาย) ลงมาที่ Front เจอสาวญี่ปุ่นมาประจำ front ช่วงเช้า คือ Sayaka-san กับ Mine-san เลยสอบถามถึงจุดชมซากุระ Sayaka-san ก็แนะนำมา 3 ที่ คือ Ueno Park, Shinjuku Gyoen และ Yoyogi Park

20110409-232929.jpg

พอได้ข้อมูลมาแล้วก็ไม่รอช้า เดินออกมาจากที่พัก พบว่า ฟ้ามืด ฝนตกพรำๆ!! แถมมีแนวโน้มจะหนักขึ้นด้วย จริงๆอ่านพยากรณ์อากาศล่วงหน้ามาแล้วว่าวันนี้ฝนจะตก เลยพกร่มติดตัว แต่อากาศแบบนี้ไปดูซากุระ ก็คงไม่รู้สึกสวยงามเท่าไหร่ อย่ากระนั้นเลย เปลี่ยนแผนกลางอากาศ เนื่องจากเมื่อวานลืมซื้อตั๋ว Noah ประจวบกับเข้าเว็บ OZ Academy พบว่าแม้จะจัดที่ Shinjuku FACE แต่ก็มีตั๋วขายที่ Korakuen Hall Ticket Office ด้วย คิดได้แล้ว กลับไปอีกสักรอบละกัน

20110409-233018.jpg

การเดินทางมา Korakuen Hall นั้นขอรีรันอีกรอบว่า ที่ตัวเองรู้สึกสะดวกคือขึ้นรถไฟ JR สาย Chuo-Sobu มาลงที่สถานี Suidobashi ออกได้ทั้งสองทางทางออก West จะใกล้กว่านิดนึง  ส่วนในรูป เป็นทางออก East  ออกจากทางออกแล้วเลี้ยวซ้าย ถึงแยกเดินข้ามทางม้าลาย

20110409-233039.jpg

พอข้ามเสร็จให้เลี้ยวซ้าย เลาะไปเรื่อยๆ

20110409-233104.jpg

ผ่าน Starbucks และ 7-Eleven มองผ่านๆนึกว่าอยู่แถวสนามศุภฯ (แต่ถ้าสังเกตดีๆ 7-Eleven สาขานี้จะมีป้ายไม่เหมือนบ้านเรา แต่ป้ายคล้ายๆบ้านเราก็มีนะ)

20110409-233132.jpg

เลี้ยวขวาตรง Tokyo Dome Hotel เดินเข้าไปเรื่อยๆ จะมองเห็นตึกฟ้า ที่ตั้งของ Korakuen Hall อยู่ทางซ้าย ก็เดินมุ่งหน้าเข้าไปหาได้เลยผ่านทางเชื่อมข้างๆ Prism Hall ไป

20110409-235630.jpg

พอเข้าไปในตึกฟ้า ทางขวาจะเป็นตู้ขายตั๋ว ตู้นี้จะเปิดขายไม่ตลอดเวลา จะเปิดขายเฉพาะรายการของวันนั้น ก่อนแข่งราวๆ สองชั่วโมง โดยถ้ามีรายการกลางวันก็เปิดกลางวัน ถ้ามีรายการเย็นก็เปิดเย็น วันนี้สังเกตว่ามีคนยืนซื้ออยู่แสดงว่ากลางวันมีรายการ

20110409-235646.jpg

ถ่ายให้เห็นกันชัดๆกับตู้ขายตั๋วของ Korakuen Hall ที่ชั้น 1

20110409-235657.jpg

ดูที่โปสเตอร์ อ้อ วันนี้กลางวันมีรายการมวยนี่เอง โดยสนาม Korakuen Hall นอกจากจะเป็นสังเวียนจัดรายการมวยปล้ำแล้ว ยังเป็นสังเวียนกีฬาต่อสู้อื่นๆด้วย ทั้งพวก Kickboxing หรือมวยสากล. ใครที่อ่านก้าวแรกสู่สังเวียนของอาจารย์ โจจิ โมริคาว่า จะคุ้นเคยกันดี (แต่อย่าถามว่ามันจะจบเมื่อไหร่นะ) 20110409-235813.jpg

มีรายการทีวีมาถ่ายทำด้วย

20110409-235822.jpg

พอขึ้นลิฟต์ไปชั้น 5 ออกมาปุ๊ปก็เจอกับกลุ่มคนเยอะพอสมควร เนื่องจากยังไม่เปิดให้เข้าเลยมาต่อคิวรอ แต่วันนี้ไม่ได้มาเพื่อเข้าชมรายการ เพราะงั้นเลยเลี้ยวขวาฝ่าแถวคิว

20110409-235829.jpg

เมื่อวานไม่ได้ถ่าย วันนี้เลยถ่ายให้ดูสักหน่อย สำนักงานจำหน่ายตั๋วของ Korakuen Hall พวกที่ไม่ได้จัดที่ Korakuen Hall ก็มีขายนะ เช่นที่จัดที่ Shinjuku FACE ,Shinkiba 1st Ring หรือแม้แต่ที่เมืองอื่นก็มีขาย ที่เห็นผ่านๆตาคือนาโงย่า

วันนี้เดินเข้าไป ปรากฎว่าคุณคนขายไม่อยู่ แต่คุณป้าอยู่ เลย ติดต่อขอซื้อตั๋ว แกจำได้เลยสปีคอิงลิชให้ ประทับใจคุณป้ามากๆเลยขอซื้อตัว OZ Academy รายการพรุ่งนี้เรียบร้อย ตอนแรกจะเอา Noah ด้วยแต่เปลี่ยนใจ ไม่ดูดีกว่า Global Tag League ไม่ดึงดูดใจ เอาแค่ OZ พอ กลายเป็นทริคนิดนึงถ้าไปซื้อตั๋วที่นี่ ถ้าภาษาญี่ปุ่นคุณไม่ได้เลย ให้ลองถามหาคุณป้าแก่ๆเอาไว้ จะมีโอกาสซื้อตั๋วสำเร็จมาก แต่โดยหน้าที่ปกติแล้วแกจะไม่ได้มาอยู่รับหน้าลูกค้า แกทำงานอื่นๆอยู่ แต่พอดีตอนไป คนขายไม่อยู่ เลยมาช่วยขายแทน สนทนาภาษาอังกฤษได้ดีกว่า คุณผู้ชายอีกสองคนเมื่อวานเยอะ

แต่ถ้าพูดอ่านญี่ปุ่นได้บ้างก็ไม่ยาก เขามีชาร์ทแผนผังที่นั่ง และระบุชื่อสมาคม เป็นภาษาญี่ปุ่นและวันที่จัดรายการ เอาเข้าจริงๆจำวันได้ก็พอ แต่บางวันจัดทีสองสามรายการ เพราะฉะนั้นควรจำเวลามาด้วย แต่ที่นั่งที่ขายผ่าน Korakuen Hall มีไม่มากนัก แปลกไหม? ตั๋วส่วนใหญ่จะถูกจำหน่ายผ่านช่องทางอื่น เช่น Lawson / Pia เพราะฉะนั้นจะมีโควต้ามาที่นี่นิดเดียว แต่ข้อดีคือเลือกที่นั่งได้ แต่ถ้าซื้อตามเครื่องขายอัตโนมัติ จะเลือกที่นั่งไม่ได้ ทางระบบจะสุ่มออกมาให้ แต่ไม่เป็นไร เดี๋ยวจะบอกช่องทางซื้อตั๋วให้เพิ่ม โดยไม่ต้องไปกดตู้ ไม่ต้องพึ่งคนที่โน่น ไม่ต้องใช้เบอร์โทรที่ญี่ปุ่น (แต่จริงๆไม่ต่้องไปกลัว เขาไม่เช็คเบอร์ มั่วไปก็ได้) ที่สำคัญคุณเลือกที่นั่งได้ อย่างน้อยก็แถวที่นั่ง

ไม่แน่ ถ้าเงินเหลืออาจจะไปกดตู้ Loppi เล่นๆ ซื้อตั๋ว Noah หรือ Big Japan ลองดูแล้ว ไม่ยากๆชิลๆ

อันนี้เป็นร้าน Fanspot อยุ่ตรงทางเข้าตึกน้ำเงิน  ชั้น 1 (ก็มันเข้าจากชั้นอื่นไม่ได้ 555) มีของที่ระลึกขาย โดยมีทั้งเบสบอลและมวยปล้ำ

20110409-235846.jpg

พอออกจากตึกฟ้า ก็เห็นป้ายโฆษณา เป็น ขบวนการเซ็นไต Live Action เลยถ่ายไว้หน่อย แต่รายละเอียดขบวนการไรอย่ามาถาม แนะนำให้ไปถามโอตาคุเซ็นไต แบบโปจิ หรือเจ๊ดราโก้

20110409-235851.jpg

อันนี้เป็น อีเวนท์ของ One Piece จัดที่โตเกียวโดม คือรายการ “One Piece Dome Tour” แต่น่าเสียดาย งานเริ่ม 27 เมษา ตอนนั้นไม่อยู่โตเกียวแล้ว รายละเอียดต้องถาม เจ๊เบลล์ เอาน่าจะรู้ดี

20110409-235857.jpg

เดินเลี้ยวขวามา แวะร้านหนังสือนิดนึง ร้านนี้มีหนังสือเยอะพอควร แต่ยังไม่ซื้ออะไร ยังมีเวลาอีกเยอะ! ขี้เกียจแบก ออกจากร้านปุ๊ปมองไปทางขวาที่จะกลับไปสถานี ตายห่า ฝนตกหนักขึ้น กางร่มเดินมาบนสะพานลอยกันสลอนเลย (เออ พูดไป จาก Suidobashi จะออกทางออก West เดินทางสะพานลอยมาก็ได้เหมือนกัน จริงๆทางนี้ใกล้กว่าด้วย เอาเป็นว่าแล้วแต่สะดวกละกัน 555 ขี้เกียจถ่ายรูปใหม่) 20110410-000118.jpg

ตัดสินใจ หามื้อเที่ยงกินดีกว่า เลยเดินกลับไปร้านๆที่ตึกฟ้า ข้างๆทางเข้า โคราคุเอนฮอลล์ นั่นคือร้าน Vicky’s ที่ขายแฮมเบิร์กและสเต๊กเป็นหลัก 20110410-000213.jpg

ได้ที่นั่งข้างหน้าต่างเสียด้วย ดูฝนตกพรำๆ 20110410-000903.jpg

สั่งเมลอนโซดามาแก้กระหาย ลองแล้ว ไม่ต่างกับแฟนต้าน้ำเขียวบ้านเราเท่าไหร่ 20110410-000936.jpg

มื้อเที่ยงวันนี้ Vicky’s Original Hamburg Steak เป็นแฮมเบิร์กที่เสิร์ฟมาพร้อมมันฝรั่งทอด ไส้กรอก เบคอน และข้าวโพด จานนี้ 1400 เยน 20110410-001559.jpg

ไม่นานก็หายเรียบ รสชาติโอเคเลย 20110410-001632.jpg

นำบิลไปจ่ายที่เคานเตอร์ มื้อนี้ 1820 เยน. แพงตรงเมลอนโซดานี่แหละ แก้วละ 420 เยน วันหลังไม่สั่งแล้ว พอออกจากร้านก็ฟ้ายังมืด แต่ฝนซาลงเยอะละ 20110410-001707.jpg

เลี้ยวซ้ายเดินขึ้นบันไดมาทางเจ้า “ไข่ยักษ์” (Big Egg) ชื่อเล่น ของทาง โตเกียวโดม ก็เข้าสู่โซนแหล่งของเบสบอลล่ะ เริ่มที่ร้านนี้เลย ขายของ Major League Baseball

20110410-001723.jpg

คิตตี้ ร้านนี้ก็เล่นเบสบอลกับเขาด้วย 20110410-001744.jpg

หรือจะเป็น คาแรกเตอร์ของทางอเมริกันอย่าง มิกกี้ เมาส์ หรือ สติช 20110410-001857.jpg

จะเห็นว่า มีของที่ระลึกทีม Giants เยอะ เพราะเป็นเจ้าถิ่นที่โตเกียวโดม 20110410-001916.jpg

เดินเลยมาหน่อย มีรางให้เข้าคิว พร้อมคนยกป้าย สงสัยวันนี้จะมีอีเวนท์แน่ๆ

20110410-001952.jpg

อ่า มีอีเวนท์จริงๆด้วย

20110410-002024.jpg

คนต่อคิวซื้อตั๋วเพียบ

20110410-002251.jpg

เดินต่อไปก็จะเจอร้านขายของเกี่ยวกับเบสบอลเต็มไปหมด ร้านอาดิดาส ร้านนี้เข้าไปมีแต่ของเบสบอล 90% ดูแล้วก็แปลกตาดี 20110410-002311.jpg

ร้านนี้เป็นร้านใหญ่ มีแต่ของเบสบอล ทั้งนั้น 20110410-002328.jpg

ส่วนอันนี้เป็น Baseball Hall of Fame Museum ได้แต่ยืนดูอยู่ข้างนอก 20110410-002357.jpg

อ่ะ พอแล้วสำหรับเบสบอล เดินย้อนกลับมา ตรงทางเข้าตึกน้ำเงินที่ตั้ง Korakuen Hall จะมี ร้าน Fanspot ขายของเบสบอลกับมวยปล้ำ  แต่งวดนี้ไปดูมันไม่มีของมวยปล้ำไรขายเลย มีอิโนกิกับอย่างอื่นนิดหน่อย ได้ความว่าพอเบสบอลเปิดซีซันก็จะมีแต่ของเบสบอลทีมไจแอนท์เต็มร้านไปหมด เป็นอันว่า ถ้าใครมาร้านนี้ก็ต้องมาช่วงที่เบสบอลปิดซีซัน  แต่ไม่เป็นไร ไปค้นข้อมูลมาอีกหลายร้าน เดี๋ยวจะพาไปลุยแหล่งกันเลย ร้านแรกเป็นร้านขายของมวยปล้ำมือสองชื่อ toudoukan อันนี้เป็นรูปหน้าตึก 20110410-002424.jpg

ป้ายบอกไว้ว่ามีของขายเพียบ กว่าสามหมื่นชิ้น!! ทั้งหน้ากาก ทีเชิ้ต ซีดี ดีวีดี หนังสือละอื่นๆอีกมากมาย. มีเว็บไซต์ให้เปิดเข้าไปเลือกชมได้. ใครสนใจก็ลองพิมพ์ URL ตามในรูปนะ

20110410-002435.jpg

ดูป้ายบอกชั้น เพื่อยืนยันว่าอยู่ชั้น 5 นะ ก็กดลิฟท์ขึ้นไป ออกจากลิฟท์ร้านอยู่ทางซ้ายมือ ของในร้านมีเยอะแยะมากมายจริงๆ มีตั้งแต่สมัยเก่าๆ ของอเมริกาก็มี แต่เนื่องจากร้านนี้เดินเข้ามาดุ่ยๆ ไม่ได้ขอเขาถ่ายรูปเลย ใช้มือถือไอโฟนถ่ายแทน

ร้านค้าในญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะห้ามถ่ายรูป ถ้าอยากถ่ายให้ขอเขาก่อน ซึ่งก็อาจจะได้หรือไม่ได้แล้วแต่ร้าน  หรือถ้าไม่อยากถาม ก็แอบเอามือถือถ่าย ก็พอได้ ทริปนี้มีถ่ายรูปทั้งกล้องดิจิตอล และไอโฟน ส่วนใหญ่รูปที่เอามาลงในบล็อกจะมาจากกล้อง Canon Powershot S95 เลยไม่ได้เอารูปในร้านมาลง อ้อ ของในร้าน Toudoukan ทั้งหมดเป็นของมือสองนะ

20110410-002451.jpg

เดินย้อนกลับทางสถานี Suidobashi มาเจอป้ายอีกร้านชื่อ Puroresumania

20110410-002509.jpg

ร้านนี้อยู่ชั้นสอง ลองเข้าไปดู ร้านนี้เป็นร้านเล็กๆ เน้นหน้ากากเป็นหลัก เยอะมาก มีทั้งหน้ากากเสือ เกรท ซาซุเกะ มิล มาสคาราส และอื่นๆอีกมากมาย แต่น่าเสียดาย ถามเป็นภาษาญี่ปุ่นกับลุงเจ้าของร้าน ว่าถ่ายรูปได้ไหม แกบอกว่า อย่าถ่ายเลย มันดูไม่ค่อยดี ก็เลยไม่ได้ถ่ายรูปในร้านมา 20110410-002535.jpg

เดินย้อนกลับมาอีกหน่อย จะเห็นเด่นชัด ใครมาถูกถนนรับรองไม่มีพลาดแน่นอน NJPW Shop สาขาตรงสถานี Suidobashi. จริงๆ สาขาใหญ่อยู่ตรงอาโอบะได แต่สาขานี้จะใกล้โคราคุเอ็นฮอลล์ที่สุด ชั้นล่างเป็นร้านขายอาหาร

20110410-002548.jpg

สำหรับร้าน NJPW Shop ให้เดินขึ้นไปชั้นสอง

ข้างบันไดติดลายเซ็นนักมวยปล้ำไว้เพียบ แต่ไม่ได้ส่องว่ามีลายเซ็นใครมั่ง

20110410-002753.jpg

ขึ้นไปชั้นสองจะพบกับโมเสคอันใหญ่ บ่งบอกถึง New Japan Pro Wrestling สวยงามมากๆ ชอบสุดๆ 20110410-002841.jpg

ประตูทางเข้าร้าน

20110410-005148.jpg 20110410-005204.jpg 20110410-005220.jpg 20110410-005245.jpg 20110410-005301.jpg 20110410-005319.jpg 20110410-005341.jpg 20110410-005954.jpg 20110410-010008.jpg 20110410-010024.jpg 20110410-010040.jpg 20110411-083347.jpg 20110411-083421.jpg 20110413-032924.jpg 20110413-033027.jpg 20110413-033048.jpg 20110413-033104.jpg

พอเข้าไปในร้านจะเจอกับสินค้าของ New Japan Pro Wrestling มากมาย ทั้ง ทีเชิ้ต ฟิกเกอร์ หมวก ผ้าพันคอ ผ้าเช็ดตัว เคสไอโฟน นิตยสาร หนังสือ และอีกมากมาย คุณป้าคนขายกำลังคุยอยู่กับลูกค้าสองคน เลยได้แต่เดินดูของไปเรื่อยๆ เจอของฝากที่ปูมิฝากซื้อมา เสื้อนิวเจแปน ขาวแดง ที่นักมวยปล้ำนิยมใส่กัน โดยเฉพาะเด็กใหม่ ค้นไปค้นมามี Size XXL ด้วย เลยกะซื้อมาให้ตัวเองอีกตัว

พอดีลูกค้าสองคนนั้นออกไปพอดี เลยเดินเข้าไปขอคุณป้าคนขายเป็นภาษาญี่ปุ่น ว่าขอถ่ายรูปในร้านได้ไหม คุณป้าก็ยิ้มแล้วบอกว่าได้ ไม่มีปัญหา เลยเดินถ่ายรูปเพลินเลย ที่มุมนึงจัดไว้เป็นเวทีเล็กๆ ดูแล้วเกี่ยวกับริิกิโดซัง บิดาแห่งวงการมวยปล้ำญี่ปุ่น พร้อมกับมีป้ายเขียนบอกถึงการเปิดตัวหนังสือชีวประวัติริกิโดซัง เดินวนกลับมาหาป้าคนขาย เลยแนะนำตัวว่า เป็นคนไทย ภาษาญี่ปุ่นได้นิดหน่อย เลยอยากขอพูดเป็นอังกฤษได้ไหม คุณป้ายิ้มแล้วตอบกลับมาว่า “Just a little bit” แถมชมอีกว่า “ภาษาญี่ปุ่นเราสำเนียงพอใช้ได้นะ” หลังจากนั้นแกก็ ชี้ไปยัง รูปริกิโดซัง แล้วถามว่า “รู้จักริกิโดซังไหม” ก็ตอบกลับไปว่า “รู้จักครับ” แกเลยแนะนำตัวว่า แกชื่อ ทานากะ เคอิโกะ เป็นภรรยาของริกิโดซัง แล้วก็ชี้ให้ดูรูปแต่งงานที่แขวนอยู่บนผนังว่านี่แกสมัยสาวๆ แล้วก็บอกให้หยิบหนังสือชีวประวัติริกิโดซังมาให้ แกก็เปิดชี้ให้ดูรูปในหนังสือ แล้วบอกว่าแกเป็นคนเขียนเองเล่มนี้ แล้วก็คุยกันต่อนิดหน่อย ว่ามากี่วัน กลับวันไหน รู้จักชินนิฮงได้ไง

เลยถือโอกาสซื้อของซะเลย จริงๆตอนแรกกะว่ามาดูไว้ก่อน เดี๋ยวใกล้ๆวันกลับค่อยซื้อ เพราะขี้เกียจแบก ก็ทริปนี้ย้ายที่พักหลายที่ แบกไปแบกมาไม่ค่อยสะดวก แต่คุณป้าโอภาปราศรัยกันซะแบบนี้ จะออกจากร้านมือเปล่าก็รู้สึกกระดากใจเล็กน้อย เลยเอาเสื้อของฝากปูมิ กับเสื้อที่กะซื้อเองมาจ่ายตังค์ แล้วไหนๆก็ไหนๆ อุดหนุนหนังสือแกสักหน่อย แม้จะอ่านไม่ออกก็เหอะนะ.. แกทำหน้าแปลกใจแล้วก็ยิ้มๆ บอกขอบคุณ เลยขอให้แกเซ็นชื่อในหนังสือให้หน่อย แกให้เขียนชื่อ แล้วก็เอาหนังสือเดินเข้าไปหลังร้าน ทีแรกก็งงว่าแค่เซ็นทำไมต้องเข้าไปหลังร้าน พอแกออกมาเลยถึงบางอ้อ เพราะแกเซ็นออกมาเป็นตัวอักษรภู่กันแบบญี่ปุ่น ไม่ได้ใช้ปากกาลูกลื่นเซ็นแบบที่กะไว้ทีแรก หลังจากชำระเงินเรียบร้อยแกก็แถมโปสเตอร์ให้อันนึง แล้วก็อวยพรให้ท่องเที่ยวอย่างมีความสุข กลับไทยอย่างสวัสดิภาพ

แหม ใจดีกันขนาดนี้ ก่อนกลับถ้าเงินเหลือ เดี๋ยวได้เจอกันอีกครับ ก่อนออกมาเลยขอถ่ายรูปคุณป้าไว้เป็นที่ระลึกสักรูปนึง อ้อ ใครที่อยากซื้อตั๋วรายการของนิวเจแปน สามารถมาซื้อได้ที่นี่ด้วยนะ เป็นอีกทางเลือกนึง ถ้าเจอคุณป้าก็สปีคอิงลิช ได้เลยไม่มีปัญหา

20110413-041900.jpg 20110413-042030.jpg

เดินถัดเข้ามาในซอยจะเจอร้านมวยปล้ำอีกสองร้านคือร้านแชมเปี้ยน กับร้าน Battle Royale อีกร้านนึง สรุปว่าตรงนี้ในซอยจะเห็นสามร้านเรียงแทบจะติดๆกัน ถ่ายรูปเอาไว้เผื่อใครสนใจจะมา จะได้มาถูก แต่เนื่องจากถือของเยอะละ เลยไม่เข้าไปดูในร้านดีกว่า ยังไงก็มีคิวต้องมาร้านนี้อยู่แล้ว สำหรับร้านแชมเปี้ยนจากข้อมูลในเว็บของร้าน มีของขายเกือบทุกค่าย และสามารถซื้อตั๋วมวยปล้ำรายการต่างๆได้แทบทุกค่าย เพราะฉะนั้นเป็นทางเลือกที่ดีอีกทางสำหรับคนที่จะมาดูมวยปล้ำที่ญี่ปุ่น เพราะตั๋วที่ขายตามร้านพวกนี้ อย่างน้อยยังเลือกแถวที่นั่งได้ แต่ถ้าซื้อตามพวกขายออนไลน์ระบบจะสุ่มที่นั่งให้ แต่ใครอยากจะซื้อออนไลน์ก็ได้ไม่ยาก ไม่น่ากลัวแต่อย่างไร

วิธีการเดินทางมาแหล่งชอปปิ้งสินค้า Puroresu

จริงๆแล้วจากที่ได้ประสบมา ถ้าอยากได้ของค่ายไหนพิเศษ สั่งออนไลน์ให้มาส่งทางไปรษณีย์จะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด แต่ถ้าเกิดไม่ได้มีที่พักในญี่ปุ่นแน่นอน หรือไม่สะดวกจะสั่งให้มาส่งทางไปรษณีย์ แนะนำว่า ไปซื้อหน้างาน รายการที่จะไปดูเลยดีกว่า ของที่มาขายจะมากกว่า และเจาะจงเป้นค่ายๆไปเลย แต่ทั้งนี้ไม่สามารถจะไปแค่ซื้อของหน้างานแล้วกลับได้ เนื่องจากโซนขายของจะอยู่หลังจากประตูที่ฉีกตั๋ว ดังนั้นต้องซื้อตั๋วก่อนแล้วจึงจะเข้าไปซื้อของต่างๆได้ แต่ถ้าไม่ได้ไปดูรายการอะไร หรือตารางท่องเที่ยวไม่เอื้ออำนวย ก็มาตามแหล่งพวกนี้ได้ครับ  แต่ของจะไม่อัพเดทเท่าที่วางขายหน้าอีเวนท์ และจะมีให้เลือกน้อยกว่าพอสมควร

20110413-044141.jpg 20110413-044239.jpg

สำหรับการเดินทางมาแหล่งซื้อของมวยปล้ำที่พามานี่ มาไม่ยาก ลงสถานี Suidobashi แล้วออกทางออก Hotel Metropolitan Edmont 20110413-044253.jpg

หน้าตาทางออก

20110413-044310.jpg

เลี้ยวซ้ายเดินไปจนเจอแมคโดนัลด์ แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าซอย 20110413-044331.jpg

เดินตรงไปเรื่อยๆ จะเจอ NJPW Shop แน่นอนไม่มีทางพลาด แหม โลโก้ สิงโตโดดเด่นออกจะขนาดนั้น แล้วในซอยทางซ้ายตรง NJPW Shop จะมีร้านแชมเปี้ยน กับร้าน Battle Royale หรือเดินตรงไปจากร้าน NJPW Shop จะเจอร้าน Puroresumania ทางขวา มองขึ้นไปก็เห็นโลโก้หน้ากาก ตรงไปจนสุดซอยเป็นสามแยก แถวนั้นจะมีร้าน Toudoukan ขายของมวยปล้ำมือสอง นำทางกันขนาดนี้

ใครอยากจะมาคงไม่หลงกันแล้วนะ

หลังจากนั้นก็กลับที่พัก เอาของเก็บเพราะไม่อยากแบกไปด้วย หลังจากนั้นก็ขึ้นรถไฟจากสถานี Asakusabashi สาย Chuo-Sobu ไปต่อรถที่ Akihabara เป็นสาย Keihin-Tohoku negishi แล้วลงที่สถานี Nishikawaguchi จริงๆจะเลยไปลงที่สถานี Warabi ก็ได้แล้วเดินย้อนกลับมา แต่ดูจากแผนที่แล้วก็ระยะทางพอๆกัน เลยเลือกลง Nishikawaguchi

สถานี Nishikawaguchi

การเดินทางไปวาราบิโดโจ ไม่ยากอะไร ถ้าหาข้อมูลมาก่อน ออกจากสถานี Nishikawaguchi ให้เดินไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ เดินไปตามถนนเลียบทางรถไฟไป โดยให้รั้วกั้นทางรถไฟอยู่ทางขวามือ เดินไปเรื่อยๆ ช้าๆ สิบกว่านาทีก็จะเห็นวาราบิโดโจอยู่ทางซ้ายมือเอง  หรือถ้่าลงสถานี Warabi ก็เดินย้อนกลับมา ให้รั้วอยู่ทางซ้ายมือ สักพักก็น่าจะเห็นโดโจอยู่ทางขวามือ

ไปถึงตอนเวลา 17:00 ยืนอยู่ข้างหน้า ไม่เห็นใครสักคนเริ่มหวั่นๆนิดๆ  พอดีได้ยินเสียงเวที เลยเปิดประตูเข้าไป เห็นๆพวกเด็กๆกำลังซ้อมพอดี แล้วก็มีผู้ชายคนนึงคล้ายๆพี่เลี้ยง กำลังนั่งดูการซ้อมอยู่ ยืนดูสักพักก็ Chii สังเกตเห็นเลยมาสะกิดบอกผู้ชายคนนั้นให้มาคุยด้วย  ก็เลยถามด้วยภาษาญี่ปุ่นไป ว่า “ที่นี่ Ice Ribbon” หรือเปล่า พอผู้ชายคนนั้นบอกว่าใช่ ก็เลยใจชื้นละ มาไม่ผิดที่แล้ว!

หลังจากนั้นก็แนะนำตัวว่าเป็นคนไทย สอบถามได้ความว่า มีอีเวนท์ตอน 18:00 โดยประตูเปิดตอน 17:30  แปลว่ามาเร็วไปครึ่งชั่วโมง!  สอบถามไปว่าซื้อตั๋วข้างหน้าได้ใช่ไหม  ก็ได้คำตอบว่าได้ ราคา 3000 เยน  หลังจากนั้นก็ถามชื่อคุณผู้ชายคนนี้ ได้คำตอบว่าชื่อ จุนอิจิ  โดยคุณจุนอิจิบอกว่า ขอให้ออกไปรอก่อน ตอนนี้เขากำลังซ้อม ไม่อยากให้คนนอกชม อีกครึ่งชั่วโมงประตูจะเปิดให้เข้า เลยออกมาเดินเล่น หยอดตู้น้ำกิน และเดินสำรวจรอบๆ พบว่า ที่ไซตามะนี่เงียบสงบมาก ถ้าไม่เห็นขึ้นป้ายไว้ คงนึกว่าอาคารโกดังหรือเวิร์คช็อปสักแห่ง

ออกมารอได้สักพัก สัก 17:20 คนเริ่มทยอยมาละ

แอบถ่ายติด Tsukushi ด้วย ตอนกำลังวิ่งเข้าวิ่งออก หลังจากนั้นคนไม่รู้ทยอยกันมาจากไหน เยอะแยะไปหมด  แสดงให้เห็นว่าคนญี่ปุ่นนี่ตรงต่อเวลามาก ก่อนหน้านี้แทบไม่รู้เลยว่ามีอีเวนท์พอได้เวลา ไม่รู้แห่กันมาจากไหน

คาร์ด สำหรับวันนี้

พอเข้าไปก็จ่ายตังค์ค่าบัตร จุนอิจิซัง เดินมาอธิบายให้ฟังว่าที่นั่ง 87  ระหว่างนั้นก็ยืนถ่ายรูป กับสังเกตไปเรื่อย  จะมีคนเอาของต่างๆมาให้ Tsukasa Fujimoto เยอะมาก เนื่องจากเธอเป็นคน Sendai เมืองที่โดนประสบภัยจากซึนามิอย่างนัก ก็เลยมีแฟนๆเอาของต่างๆใส่ถุงมาให้เป็นจำนวนมาก  ตอนนี้ตรงหน้าโต๊ะขายของแน่นมาก  เจ้าปูมิเมสเสจมาบอกให้ดูหน่อยว่ามีไรขายมั่ง  แค่แทรกเข้าไปถึงหน้าโต๊ะก็ลำบากแล้ว!! เลยกะว่าไว้งานเลิกละกัน

สักพักได้เวลา ก็มีการจัดที่นั่งกัน  ได้ที่นั่งตรงริงค์ไซด์มุมน้ำเงินพอดี  พอจัดที่นั่งเสร็จ มองสำรวจ อารีนาเล็กๆของ Ice Ribbon ถือว่าเต็มเลยทีเดียววันนี้ น่าจะไม่ต่ำกว่า 100 ทีเดียวเท่าๆที่กะจากสายตา เป็นผู้ชายซะ 95% เปอร์เซนต์ได้  ก่อนเริ่มก็มีประกาศขอความร่วมมืองดถ่ายรูป  ก็เลยเก็บกล้องไป  งานนี้เลยไม่ได้ถ่ายรูปอะไรระหว่างอีเวนท์  สวมบทบาทเข้าโหมดคนดูเต็มร้อย!

สำหรับรายละเอียดของรายการต่างๆที่ไปดูมาในทริปนี้ โดยเฉพาะในแมทช์ ขอไม่พูดถึงละกัน ใครที่อยากดูคงไปหาคลิปหรือ DVD มาดูได้ไม่ยาก ก็จะเก็บตกรายละเอียดต่างๆที่อยากพูดถึงมากกว่า

เริ่มปุ๊ป ป้าเอมิ ซากุระ ก็ขึ้นเวทีมากล่าวต้อนรับแฟนๆ แล้วก็พูดคุยเล็กๆน้อยๆ มีหยอดมุขเรื่อง ริโฮ กลับมาปล้ำหลังจากต้องไปสอบด้วย แล้วนักมวยปล้ำในค่ายก็ทยอยขึ้นเวทีมากันหมด โชว์ตัวกันครบ แต่ยังไม่ได้้เปลี่ยนเป็นชุดปล้ำ พอแนะนำเสร็จก็ทยอยกลับ แล้วก็เริ่มรายการตั้งแต่คู่แรกขึ้น โดยรวมรายการทำออกมาดูสนุกโอเคทีเดียว  ได้บรรยากาศเป็นกันเองกับแฟนๆมากทีเดียว

โดยส่วนตัวทั้งอีเวนท์ประทับใจ ฮิคาริ มินามิ มากที่สุด ฟอร์ม ลีลา ดีมากๆ ไม่รวมถึงชุดสไตล์จีนๆ สีเขียว กับผมทรงนี้เข้ากับเธอมากๆ  แต่น่าเสียดายที่ทีมเธอเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ให้กับทีมของป้าเอมิ กับ Ray ไป ส่วนคนที่น่าผิดหวังมากหน่อยคือ มิยาโกะ เนื่องจากฝีมือยังไม่ค่อยดีเท่าไหร่  แต่ได้เรื่องความน่ารักมาทดแทน

หลังคู่เอก ก็มีการตั้งวง โดยนักมวยปล้ำทั้งหมดมาขึ้นเวที โดยมีการสนทนา ท้าทายและจัดคู่สำหรับอีเวนท์ต่อไป โดยเน้นไปที่ โอซาก้า กับ โครากุเอ็น ฮอลล์  โดยระหว่างนี้ ฮิคาริ มินามื ปล่อยโฮอีกแล้ว (เวลาแพ้นี่ ร้องประจำ เห็นมาสองรอบแล้ว) พอหมดช่วง ก็มีการเล่นเกมกับแฟนๆ โดย ริโฮ มาเป็นคนนำแข่ง เป่ายิ้งฉุบ กับแฟนๆ ใครชนะริโฮจนเหลือเป็นคนสุดท้าย จะได้แผ่นป้ายที่มีลายเซ็นของทุกคนในค่ายไปเป็นของรางวัล  หลังจากนั้นก็มีการเชิญแฟนที่เกิดวันนี้ขึ้นมาบนเวที ให้เลือกว่าอยากให้ใครเป็นคนนำร้องเพลง Happy Birthday ให้   โดยแฟนผู้โชคดีคนนั้นก็เลือก น้องริโฮ (อีกละ)  ให้นำร้องให้ แฟนๆทั้งเวทีก็ร้องอวยพรให้ น่าประทับใจมาก    หลังจากนั้นป้าเอมิก็บอกว่า วันนี้ก็เป็นวันเกิด มิยาโกะ เหมือนกัน ขอให้คนดูช่วยร้องเพลง Happy Birthday ให้เธอด้วย มิยาโกะ เลยมานำร้องเพลงและเต้นประกอบเอง  น่ารักทีเดียว

หลังจากนั้น ริโฮ ก็มานำแข่งเป่ายิ้งฉุบชิงแผ่นป้ายลายเซ็นที่เหลืออีกสองอัน  เกือบจะได้เหมือนกัน หลุดรอดไปถึงรอบ 3-4 คนสุดท้าย  แต่ก็พลาดไป น่าเสียดายเล็กๆ  พอหมดก็ปิดงาน โดยนักมวยปล้ำทุกคนเดินจับมือกับแฟนๆทุกคน มีแปลกแค่ Rey เปลี่ยนเป็น Hi-5 แปะมือแทน  ถือว่าประทับใจทีเดียวกับอีเวนท์ของค่าย Ice Ribbon ที่แม้จะเล็กๆ แต่ก็อบอุ่น แอบเสียดายเล็กๆ ที่วันนี้หนู ฮิคารุ ชิดะ ไม่มา

จบงานบนเวทีมีแฟนๆ รอขึ้นไปถ่ายรูปกับนักมวยปล้ำโดยมี จุนอิจิซัง เป็นตากล้อง  โดยมาโกโตะ จะเป็นที่หมายปองของแฟนๆมากที่สุด

หลังจากนั้นก็มีการรวมนักมวยปล้ำมาถ่ายรูปกับแฟนๆ แอบส่องๆดู เหมือนจะเสียคนละ 1000 เยน ระหว่างนั้นหน้าโต๊ะขายของ คนว่างละ  เลยไปซื้อของตามที่เจ้าปูมิสั่งมาได้เรียบร้อย  เสื้อมาโกโตะ สีม่วง  เหลืออยู่ตัวเดียวพอดี  โชคดีที่เป็นไซส์ L พอดี เลยจัดมาตัวละ 3000 เยน แล้วก็มีรูปของมาโกโตะอีก 1 รูปละ 1000 เยน   แล้วก็ไหนๆ ก็ไหนๆ เลยเอารูปมาโกโตะกับมิยาโกะที่มีลายเซ็นมาด้วยเลย สำหรับตัวเอง หลังจากนั้นก็ออกจากเวที

ออกมาเจอกับกลุ่มป้าๆ มาจับกลุ่มคุยกันอยู่ คาดว่าคงเป็นคุณแม่ๆของนักมวยปล้ำเด็กๆทั้งหลาย  มารอรับลูกสาวกัน  พอเดินกลับก็ถ่ายรูปไว้อีกรูป เดินกลับมาทางสถานี Nishikawaguchi แวะร้าน ดอน กีโฮเต้ แป๊บนึง ตอนแรกว่าจะหาอะไรกินที่ไซตามะเลย  แต่ดูเวลาก็สี่ทุ่มแล้ว กลับมาที่พักดีกว่า  เลยเดินทางกลับข้าวสารนินจา

มื้อเย็นพึ่งร้านสะดวกซื้อ Mini Stop ใกล้ๆอีกละ ข้าวปั้น 3 ก้อน กับชาเขียวขวดนึง  อันที่เป็นเต้าหู้ยัดไส้ข้าว อร่อยมาก  แต่ชาเขียวยี่ห้อนี้ไม่ค่อยเวิร์ก

เลยกินกับ Dr Pepper แทน  มาทริปนี้ชอบกิน Dr Pepper มากสุด รสชาติคล้ายๆรูทเบียร์ เมืองไทยหาได้ตามวิลล่ามาร์เก็ต แต่แพง มานี่ราคาถือว่าทั่วๆไป ก็เลยกินบ่อยหน่อย

ของแถม เดินผ่านตู้กดน้ำแถวที่พักเจอมา…    กินแล้วจะแปลงร่างได้ไหมเนี่ย!!

หมดไปอีกหนึ่งวัน  วันพรุงนี้มีนัดกับเสี่ยเทนส์  และมีรายการโจชิตัวแม่อย่าง OZ Academy ที่ต้องไปดูถึง Shinjuku FACE อีกนี่นา  ทีแรกกะจะอัพเดทบล็อกวันที่สอง แต่ IPhone เจ้ากรรม พอต่อจะอิมพอร์ตรูปเข้า IPad ดันทำโปรแกรม Photo บน IPad ปิดตัวเองซะนี่ เลยเอารูปที่ถ่ายด้วย IPhone มาเข้า IPad ไม่ได้เพราะฉะนั้นอาบน้ำ นอนละกัน

วันนี้ประทับใจคุณป้าๆ มากมาย ทั้งป้าคนขายตั๋วที่ Korakuen Hall Ticket Office ที่ยังจำคนไทยคนนี้ได้   คุณป้าเคอิโกะซัง ภรรยาของริกิโดซัง ที่พูดคุยกันที่ NJPW Shop  และ คุณป้าเอมิ ซากุระ ที่ปลุกปั้น Ice Ribbon ค่ายมวยปล้ำหญิงเล็กๆแต่อบอุ่นแห่งนี้ ถ้ามีโอกาสคงได้กลับไปเยี่ยมชมที่วาราบิโดโจอีก

วันนี้เปรี้ยวมาลุยเดี่ยวญี่ปุ่น ทั้งๆที่เป็นการมาครั้งแรก แถมมาช่วงที่เหตุการณ์ไม่ปกติซะด้วย พอจะมา แหม สามทุ่มครึ่งแผ่นดินไหวเข้าที่มิยากิ 7.4 ริกเตอร์ ขู่เลย แต่ไม่หวั่น งวดนี้ซ่า ยังไงก็ไม่ถอยแล้ว ลุย!!
20110408-221927.jpg

ตีสามสี่สิบกว่าๆ ถึงสนามบินแดนทอง ง่วงแสนง่วง แต่กะว่าไปนอนบนเครื่องเอาละกัน เช็คอิน United Airlines ที่ Row L แต่ระหว่างต่อคิวดันทำแว่นตาร่วงลงพื้น. เลนส์แตกเลย!! แสรด ไม่มีทางเลือกต้องเก็บแว่นใส่กระเป๋า ดีที่ว่าเป็นแว่นกระจกเปล่าๆ ไม่ใช่แว่นสายตา กลายเป็นว่าทั้งทริปนี้จะไม่ได้ใส่แว่นตายกเว้นจะตัดแว่นที่ญี่ปุ่นเลย

20110408-222015.jpg

ได้ที่นั่งบนเครื่องบินแถวเกือบหลังสุด ใกล้ทางออกฉุกเฉิน แต่หวังว่าจะไม่ได้ใช้นะ -_-” ข้างๆเป็นเก้าอี้ว่าง. ถัดไปเป็นสาวน้อยชาวญี่ปุ่นน่ารักทีเดียว แต่เขามากับคุณพ่อ (หรือป๋าเลี้ยง ก็ไม่รู้) จะถ่ายก็เกรงใจ๊ เกรงใจ แต่ไอ้ที่ไม่เกรงใจกันเลย คือข้างหลังมีพ่อแม่พาเด็ก 2 คน อายุสัก สามสี่ขวบ มา คนโตซนตลอดงาน เกือบเบิ๊ดกระโหลกไปสักทีแล้ว ถ้าไม่เห็นว่าแม่อยู่ข้างหลังน่ะนะ ส่วนคนเล็กร้องไห้ตลอดทั้งทริปเลย ทำเอาหลับๆตื่นๆตลอด

ขอนินทาหน่อย United Airlines บินมาเร็วกว่ากำหนด 30 นาที แต่ลงพื้นน่ากลัวมากๆ สั่นเป็นเจ้าเข้าเลย ตั้งแต่ลดระดับลงสัก 3 km จนถึงพื้น ทำเอาแอบตกใจนิดๆ แต่ก็แลนดิ้งได้อย่างสวัสดิภาพแบบปาดเหงื่อเล็กๆ

20110409-044103.jpg

หลังจากผ่านขั้นตอนตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อยแล้ว ก็ไปเอากระเป๋า เคลียร์ศุลกากร แล้วก็เดินหลงทาง! จริงๆคือต้องไปรับ Mobile Router 3G ที่เช่าไว้ แต่ทีนี้ต้องไปรับที่ Post Office แต่หาไม่เจอเพราะมันออกมาคนละปีกกัน เสียเวลาเดินต๊อกๆ ไป Central Building แต่ก็หาไม่ยาก เสียเวลาดูป้ายนิดหน่อยกับถามสาวพนักงานสนามบินนิดนึง คุณป้าไปรษณีย์ช่วยได้มากเลยเพราะสปีคอิงลิชได้ จริงๆช่วงนี้อยากถ่ายรูปเยอะเลย แต่เนื่องจากแบกเป้หลังแอ่น เลยขอผ่านไปหลายๆที่ บางอันก็จำใจใช้ไอโฟนถ่ายแทน เพราะง่ายกว่า อาจจะมีคนได้เห็นทาง Facebook ไปนิดๆหน่อยๆ

หลังจากได้ Router แล้ว ก็ออนไลน์ได้ชิวๆ เดินลงมาถึงรถไฟ ก็สองจิตสองใจล่ะ เอาไงดีวะ Narita Express (NEX) ที่คนไทยนิยมกัน (อ่านหนังสือนำเที่ยวเจ้าไหนก็ NEX) หรือ Keisei Skyliner ที่ไวกว่า ใหม่กว่าดี. ไม่ต้องคิดมาก Skyliner เพราะอยากทำเวลาแล้วไปเสียเวลาตอนต่อรถดีกว่า (กะว่าต้องงงๆแน่ เพราะครั้งแรก)

20110408-222416.jpg

20110408-222451.jpg

ประทับใจ Keisei Skyliner พอสมควร รถใหม่ นั่งสบาย ตามที่ตั้มโฆษณาไว้ เสียค่าตั๋วไป 2400 เยน คุ้มๆ

เนื่องจากคืนนี้จองที่พักไว้ที่ Khaosan Tokyo Ninja เลยตัดสินใจลงรถที่ Nippori แล้วก็งงๆเล็กน้อย เพราะเดินหาตู้ขาย Suica ปรากฎว่าไม่มี มีแต่ตู้เติมเงิน ก็เลยต้องใช้วิธีดั้งเดิมสุดๆ ไปซื้อตั๋วจากช่องขายตั๋ว เขาให้เอาตั๋ว Keisei ไปยื่น แล้วซื้อตั๋ว JR ต่อ ปรากฎว่าลืมตัว บอกไปว่า “อากิฮาบาระ” แต่สถานีที่จะไปจริงๆคือ อาซากุซะบาชิ ไม่เป็นไร ลงอากิฮาบาร่า ก็ได้วะ

20110409-044435.jpg

ออกไปทางออก Akihabara Electric town เย้ เจอตู้ขาย Suica ล่ะ เลยซื้อเลย พอเข้าใจว่าไม่มีขายในสถานีเพราะเดี๋ยวจะมีปัญหาเรื่องตัดขาเข้าไม่ได้. แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมตอนเปลี่ยนสายจาก Keisei Skyliner ที่ Nippori ไม่มีตู้ขายไว้สักตู้ฟร้า…

เอาวะ ยังไงก็ได้ Suica มาแล้ว. เช็คสายรถไฟอีกทีว่าต้องไปเส้นไหน ตกลงว่า เป็น Chuo Sobu มุ่งหน้าไป Funabashi ไปแค่สถานีเดียวก็ถึงปลายทาง อาซากุซะบาชิ

20110408-222509.jpg

ระหว่างนี้อาศัย Google Maps พาตัวเองเดินต๊อกๆมา จนถึงที่พัก Khaosan Tokyo Ninja จนได้ ขอบคุณเทคโนโลยี! หลังจากทำการเช็คอินกับ Michiko-san ที่อยู่ที่ front. เก็บของให้เรียบร้อย ก็คิดๆอยู่ว่าเอาไงดี ก็เอาวะ ลองไปซื้อตั๋วที่โคราคุเอนฮอลล์เลย จะได้ลองสำรวจเส้นทาง การเดินทาง และสถานที่ด้วย. พอเดินผ่านสะพานตรงอาซาคุซะเห็นเรือที่จอดอยู่ไฟสวยดี เลยถ่ายเก็บเป็นที่ระลึกสักรูป

20110408-222526.jpg

จาก อาซากุซะบาชิ ขึ้น Chuo Sobu มาลง Suidobashi. น่าจะราวๆ 3 ป้ายได้ แป๊ปเดียว เดินอีกหน่อยก็ถึง Tokyo Dome City พอมาถึงตรงนี้ ลมแรงมาก เย็นใช้ได้เลย อากาศดีมากๆ เดินมาสักนิดก็ถึงตึกฟ้าล่ะ แหงนคอดูป้ายก็นั่นไง โคราคุเอ็น ฮอลล์อยู่ชั้น 5

20110408-234833.jpg

อีกสักรูป สำหรับตึกฟ้า! ทริปนี้ได้มาจนเอียนกันเลย!

พอเดินเข้าไปจะเห็นบูธขายตั๋วอยู่ทางขวามือ บูธนี้เปิดเฉพาะตอนเย็นๆ เดินเข้าไปดูหน่อยว่าวันนี้มีรายการอะไร? อ่อ AJPW Champion Carnival วันแรกนี่เอง แต่เป้าหมายวันนี้เราไม่ได้มาตรงนี้ ก็เลยกดลิฟต์ขึ้นไปชั้น 5 เลย ออกมาจะเจอทางเข้าเวทีพอดี คนเข้าคิวเข้าสนามเยอะใช้ได้เลย เลี้ยวขวาเดินตรงไปจะเจอ Ticket Office ของโคราคุเอ็นฮอลล์ นี่แหละเป้าหมายที่จะมาวันนี้. เอ้ายังไม่ปิดแฮะ เดินเข้าไปเลย!!

20110408-222602.jpg
พอเข้าไป ก็สปีคญี่ปุ่นประโยคแรก “เอโงะ งะ ฮานาเซะมาสึก๊ะ” “คุณพูดอังกฤษได้ไหมครับ” คุณคนขายอ้วนๆ ถึงกับผงะ ยิ้มเจื่อนๆ บอกว่า “ผมไม่ถนัดภาษาอังกฤษคร้าบบบ”

เอ้าแย่ละสิ เลยต้องสลับกลับโหมดญี่ปุ่น แบบสเนคๆ ฟิชๆ “ทิคเก๊ตโตะ คุดาไซ” แล้วบอกค่ายไป เซนนิฮง (AJPW) วันที่ 13 เขาก็เอาผังที่นั่งมาให้ ก็เลือกตามราคา “นานะเซนเยน” (เจ็ดพันเยน) พร้อมกับจิ้มๆ “โคโคเดส” (ที่ตรงนี้) ก็เรียบร้อยได้ตั๋วมาหนึ่งรายการล่ะ

หลังจากนั้นก็วนลูป ชินนิฮง (NJPW) ดราก้อน เกตโตะ (Dragon Gate) พอมาถึง เคโกโต (K-Dojo) นี่แหละที่มีปัญหา เพราะเขาหาไม่เจอ ถามกลับมาว่า ไดนิฮง (Big Japan) รึเปล่า ต้องรีบบอกกลับไปว่าไม่ใช่ๆ จากจะดู Apollo 55 กับ มาโกโตะ กรูจะได้ดู จุน คาไซ แทนซะแล้วมั้ง!! ดีว่าบอกวันไปว่า 17 ตอนกลางวัน คุณป้าอีกคนเลยช่วยหา แล้วก็ “อ้อๆ ไคเอ็นไต” เพราะงั้นเลยได้ความรู้ว่า ให้เรียก ไคเอ็นไต เวลาจะซื้อบัตร อย่าใช้ เคโกโต คุณคนขายจะงง

พอได้ตั๋วเรียบร้อยก็ขอบคุณคุณคนขายแล้ว ขอถ่ายภาพเป็นที่ระลึกสักภาพกับคุณคนขายตั๋ว คุณคนอ้วนๆ เป็นคนดูผังที่นั่งกับรายการให้ ส่วนคุณลุงอีกคนเป็นคนเก็บตังค์. ส่วนคุณป้าอีกคนหลบกล้อง ขอบคุณมากๆครับ

20110408-222632.jpg

อ่ะ พอซื้อตั๋วเขาจะให้ซองใส่ตั๋วมาด้วย มีเขียนไว้ชัดเจน โคราคุเอ็น ฮอลล์

20110408-222652.jpg
อันนี้ ตั๋ว Champion Carnival วันสุดท้าย ตำแหน่งที่นั่งคือ Ringside ฝั่งตะวันออก แถว B ที่นั่งที่ 18

20110408-222705.jpg
อันนี้ตั๋ว Dragon Gate Mochizuki v Yoshino ตำแหน่งที่นั่งคือ Ringside ฝั่งตะวันตก แถวที่ 2 ที่นั่งที่ 12

20110409-001726.jpg

อันนี้ Kaientai แต่ไม่ได้สนคู่ของค่ายเลย. จะดู มาโกโตะ ไอซ์ริบบอน กับ Apollo 55 ป้องกันแชมป์ IWGP Jr Tag สังเกตดูดีๆ ที่ตั๋ว จะเห็นว่าเขียน Kaientai Dojo ไว้ทุกจุดเลย เพราะงั้นต้องเรียก Kaientai ให้เต็มอย่าไปย่อ ไม่งั้นคนขายตั๋วจะงง ตำแหน่งที่นั่งคือ Ringside ฝั่งตะวันออก หลังจากนั้นไม่รู้ละ มีเลข 9 คงได้ไปมั่วๆเอาแหง

20110409-001740.jpg

อันนี้คือรายการที่ตั้งใจมาดูมากสุด NJPW แม้ Lineup จะไม่มีชิงแชมป์ IWGP แต่มาแล้วจะพลาดได้ไง เพราะเป็นแฟน NJPW ตัวยงอยู่แล้ว ตำแหน่งที่นั่ง Ringside ทิศเหนือ แถว D ที่นั่งที่ 18

หลังจากออกจาก โคราคุเอ็นฮอลล์ ก็เดินทางกลับที่พัก เมื่อยใช้ได้แล้ว.. อยากพักสบายๆ อาหารเย็นวันนี้ซื้อเอาจากร้านสะดวกซื้อแถวที่พัก Mini Shop เป็นข้าวปั้นไส้แซลมอน กับข้าวปั้นไส้อะไรไม่รู้อีกอย่าง ไม่ได้ถ่ายไว้้ เพราะหิวจัด

20110409-055036.jpg
กินเสร็จเปรี้ยว ถาม Michiko-san ว่า Lawson แถวๆนี้ มีไหม คุณเธอก็บอกมาเสร็จสรรพ เลยเดินไปพร้อมกับเหล่ๆร้านอาหารริมทาง ปรากฎว่าสาขานี้ ไม่มี Loppi เป็นอันว่า อดลองซื้อตั๋วจากเครื่องอัตโนมัติ เลยได้พุดดิ้งบิ๊กไซส์ของกุลิโกะมาอันนึงกับโพคาริ สเวทขวดนึง กลับที่พักดีกว่า

20110409-055012.jpg

มานึกขึ้นได้ ลืมซื้อตั๋ว Noah นี่นา.. สงสัยอาจจะได้ไปเยี่ยมคุณคนขายใจดี อีกรอบรึเปล่าน้า…

Test Start

ทดสอบบล็อกบน wordpress ผ่าน IPAD

20110406-234237.jpg

เอา Iphone 3GS ไปเปลี่ยนฟิล์มกันรอยก่อน เสร็จแล้วออกมาสวยงามเหมือนใหม่เลย หมดไป 150 บาท  แล้วแอบถ่ายเจ้าของร้านสักนิด พอเจ้าของร้านเห็นเลยถามว่า

“น้อง จะติดฟิล์มกันรอยที่กล้องด้วยมั้ย? ทำได้นะจ๊ะ”

ขอบคุณมากเลยครับ แต่ผมติดตอนซื้อมาแล้ว

20110406-234438.jpg

หลังจากนั้นพาน้องไปซื้อสาย LAN ไปใช้ที่ออฟฟิศ เลยถือโอกาสทดสอบกล้อง Canon Powershot S95 ที่ควักกระเป๋าซื้อมาสักหน่อย ขอแค่ point & shoot นี่แหละ คงไม่สามารถไป DSLR ได้  พยายามใช้ IPAD ในการ Check-in 4Square แต่ App ไม่สามารถเอารูปใน Album ของ IPAD ไปใช้ได้  เลยสุดท้ายใช้ Iphone ถ่ายในการ Check-in แต่รูปที่ถ่ายด้วยกล้อง ไว้เอามาใช้ในบล็อกแทน

ลองไปลองมา สร้าง Blog ใน Exteen ด้วย IPAD ไม่ค่อยเวิร์ก กะว่าไปญี่ปุ่นจะใช้ IPAD ทำ Blog ด้วย เลยตัดสินใจสร้าง Blog ที่ WordPress เลย  เพราะมี App บน IPAD ที่ช่วยให้การสร้าง Blog ง่ายดายมากๆ

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.