วันที่สามในโตเกียว เป็นวันอาทิตย์ซะด้วย ตื่นมาสายราวๆ 9 โมงกว่าเกือบสิบโมง นึกขึ้นได้วันนี้มีนัดเทนส์นี่นา เลยโพสต์ในเฟสบุ๊คถามไปคอนเฟิร์ม
ปรากฎว่า อยากลอง Skype บน IPhone ว่าใช้ที่ข้าวสารนินจาจะเวิร์กไหม เลยโทรไปหาเสี่ยเทนส์อีกที โดยโทรเข้ามือถือ ปรากฎว่า เสียงชัดเจนใช้ได้ ดีพอๆกับโทรศัพท์ทั่วไปเลย นัดแนะได้ความว่า เจอกันที่รูปปั้นฮาจิโกะ หมาน้อยที่มารอเจ้าของหน้าสถานีชิบุย่า จนเขาสร้างรูปปั้นให้ ตอนเที่ยง พอวางสายลองเช็คเครดิตใน Skype พบว่าคุยพอสมควรลดไปไม่กี่เซนต์ เป็นอันว่าเรื่องโทรศัพท์หมดปัญหาไปอีกเรื่อง แถมประหยัดด้วย เลยถือโอกาสปิด สัญญานมือถือที่เปิด International Roaming ไปเลย จะได้ไม่เผลอกดให้เสียตังค์เล่น
ลงมาที่ Front ถาม Sayaka-san ว่า ไปรูปปั้นฮาจิโกะที่ชิบุย่า ออกทางออกไหน ได้ความว่า ทางออก ชื่อ ฮาจิโกะ เลย ชื่อแบบนี้ไม่พลาดแน่ๆ
ออกเดินทางโดยขึ้นรถไฟ JR สาย Chuo-Sobu จาก Asakusabashi ไปเปลี่ยนรถที่ Akihabara ขึ้นสาย Yamanote ไปลง Shibuya ออกจากสถานีทางทางออกฮาจิโกะ
ออกมาพบกับคนมหาศาล… เนื่องจากมาถึงเร็วกว่าเวลานัดราวครึ่งชั่วโมง เลยถ่ายรูปไปรอบๆ
คุณหมอจิน ทะลุมิติ ภาคใหม่เริ่ม 17 นี้!! แต่สงสัยจะไม่ได้ดู เพราะ 17 นี้พักที่ toco เหมือนจะไม่มีทีวี..
รูปปั้นเจ้าหมาน้อยฮาจิโกะ ที่มารอคอยเจ้านายทุกวัน ตอนนี้กลายเป็นรูปปั้นที่คนนิยมใช้มาเป็นที่นัดพบกัน ขอบอกว่าคนเยอะมากกกกกก ข้างหลังที่ยืนถ่ายรูปมีหลายสิบคนเลยทีเดียว แถมญี่ปุ่นเป็นประเทศที่สูบบุหรี่จัดใช้ได้ กลิ่นบุหรี่ตรงนี้เลยแรงทีเดียว
อย่ากระนั้นเลย ลองโทรหาเทนส์อีกที คราวนี้ลอง Skype ผ่าน Mobile Router ที่เช่ามาหน่อย ทดสอบว่า 3G เขาจะไวพอสำหรับการโทร VOIP แบบ Skype ไหม พบว่าเสียงชัดปิ๊ง ใช้ได้เลย ทดแทนโทรศัพท์มือถือได้สบายๆ แต่เทนส์ยังไม่ออกจากที่พัก.. อาเมนโดยเจ้าตัวกะว่าเที่ยงคงถึง คงต้องไปหาไรทำก่อนระหว่างรอ
เลยมองไปมองมา เห็นป้าย Tokyu Foodshow ซึ่งเป็นชั้นขายอาหารใต้ดินของห้างโตคิว เลยเดินลงไปสำรวจ ฆ่าเวลา
พบว่า คิดผิดอย่างมาก!! อาหารที่นี่น่ากินสุดๆ มีสารพัดอย่าง ซูชิ ปลาไหล ขนมปัง เค้ก ซาละเปา เบนโตะ และอื่นๆอีกมากมาย จาระไนไม่หมด ประกอบกับยังไม่ได้กินอาหารเช้า นี่ก็สิบเอ็ดโมงกว่าแล้ว เดินไปเดินมาน้ำย่อย เริ่มออกมารบกวน
ทั้งๆที่เดี๋ยวก็จะไปกิน มิโดริซูชิ อยู่แล้ว แต่ก็อดไม่ไหวต้องสอยมาก่อน 1 กล่อง ซูชิหน้าไข่หอยเม่น 4 ชิ้น 790 เยน เอามาแกะยืนกินตรงสแตนด์ที่เขามีไว้ให้ยืนกิน ที่ญี่ปุ่นตามชั้นขายอาหารนี่จะมีโซนให้กินได้ จัดไว้ แล้วแต่ห้าง บางห้างก็เป็นสแตนด์ยืนกิน บางห้างก็เป็นเคานเตอร์ให้นั่งกิน เป็นที่เป็นทาง
พอกินเสร็จก็เดินขึ้นมา พบว่าเสี่ยเทนส์ มายืนรออยู่แล้ว แต่งตัวดูแล้วเป็นคนญี่ปุ่นไปแล้ว แถมกำลังโพสต์บนเฟสบุ้คว่ากำลังรออยู่.. แหม ฉันมาก่อนตั้งครึ่งชั่วโมงนะเฟ้ย!!
ระหว่างมายืนรอ ต่อคิวที่ มิโดริ ซูชิ สาขา มาร์ค ซิตี้ (ชื่ออัปมงคลมากสำหรับคนไทย) นายแบบเลยโพสต์ท่าคู่กับไอโฟน 4 ที่ถอยที่ญี่ปุ่น อันนี้ก็เป็นอีกเรื่องที่เอามาฮากันพอสมควร เพราะเคยมีเรื่องที่แฟนบอยซัมซุงแกแล็กซี่เอส มาบอกว่าที่ญี่ปุ่น ซัมซุงกาแล็กซี่เอส ขายดีมาก ชนะไอโฟนอีก พอมาญี่ปุ่น ก็เลยมองๆ สังเกตดูมือถือที่เขาใช้กัน ตั้งแต่มาโตเกียวจนกลับเมืองไทย สิบกว่าวัน เดินทางแรดไปทั่ว ขึ้นรถไฟ JR ลงใต้ดิน Metro ไปเดินห้างโน้นห้างนี้ ยังไม่เห็นคนใช้ซัมซุง กาแล็กซี่เอส สักเครื่อง ยกเว้นตรงบูธขายของซัมซุง!!
ไอโฟนยังพอเห็นบ้าง แต่ที่เห็นมากสุดคือมือถือแบบพับๆ จัดเป็นอัตราส่วน น่าจะ 80:20 คือในสิบคนจะเห็นแบบพับๆ สัก 8 เครื่อง แล้วก็ไอโฟน 2 เครื่อง
สำหรับรสชาติของมิโดริ ซูชิ ถือว่าดีทีเดียว วัตถุดิบสดใช้ได้ มื้อนี้ตก 2 คน 6 พันกว่าเยน กินเสร็จราวๆบ่าย ส่วนรายการของ OZ Academy มีตอนราวๆ 5 โมง เพราะฉะนั้นเลยมีเวลาว่างๆ ราวๆ สองชั่วโมงนิดๆ ให้ไปเดินย่อย เลยบอกให้เทนส์พาเป็นไกด์เที่ยวสักสองชั่วโมง อยากพาไปไหน ก็เชิญไกด์นำทาง!!
คุณไกด์เฉพาะกิจเลยตัดสินใจพาไป ศาลเจ้าเมจิ ที่ฮาราจุกุ ซึ่งเลยจากชิบุย่าไป 1 สถานี
ระหว่างนั้นเลย ถ่ายสี่แยกยอดฮิตสักหน่อย
ออกจากสถานีมา คนมหาศาลมากมาย ส่วนใหญ่มารอแฟน (เจ้าเทนส์ว่างั้นนะ)
ผ่านสะพานยอดฮิตที่ฮาราจุกุ แต่วันนี้ไม่เห็นคนแต่งคอสเพลย์เลย แม้จะเป็นวันอาทิตย์ เจอแต่แก๊งนี้มาโปรโมตอะไรสักอย่าง บอกว่าเป็น แก๊ง”เพื่อนเทนส์” ก็เชื่อนะเนี่ย
วันนี้คนมาศาลเจ้าเมจิเยอะเหมือนกัน ความรู้สึกแรกคือ “ในที่สุด ก็ได้มาสถานที่ๆนักท่องเที่ยวเขามากันแล้วสินะ!!”
ส่วนที่เก็บเหล้าตรงทางเข้าศาลเจ้า
ส่วนอันนี้เป็นไวน์ คุยกับเทนส์เล่นๆ ว่าข้างในจะมีเหล้าอยู่จริงๆหรือเปล่า ถ้าเป็นเมืองไทย สงสัยโดนมาแอบเจาะไปกินหมดแล้ว
ศาลานี้สำหรับเอาไว้ล้างสิ่งสกปรกออกจากร่างกาย โดยให้ ล้างมือซ้าย ล้างมือขวา ล้างปาก ล้างกระบวย เป็นขั้นตอนไป
อันนี้เป็นส่วนของการเขียนแผ่นป้ายอธิษฐาน เรื่องราวต่างๆ ไปเดินๆดูแผ่นป้ายคนไทยเยอะใช้ได้เหมือนกัน แต่งวดนี้ขอผ่านไม่อยากเขียนอะไร
ตรงแท่นนี้เป็นแท่นขอพร วิธีก็ โยนเหรียญลงไป (เจ้าเทนส์บอกว่า 5 เยน ขลังสุด) แล้วก็ปรบมือ 2 ครั้ง (ปลุกสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ตื่น)
แล้วพนมมือขอพร เสร็จแล้วก็โค้ง 1 ที
ที่นี่ก็มีมิโกะขายของที่ระลึกอยู่ด้วย แต่ไม่ได้ซื้ออะไรพิเศษที่นี่
จากนั้นเจ้าเทนส์ก็บอกว่า เดินทะลุสวน โยโยหงิ ไปละกัน ไปสถานีรถไฟ (มันจะพาหลงไหมเนี่ย ยิ่งมีชื่อเสียงเรื่องพาชาวบ้านหลงซะด้วย)
มีคนมาปูเสื่อปิกนิกกันเยอะพอสมควร แต่น่าเสียดายที่มีซากุระบานอยู่ไม่กี่ต้น ถ่ายรูปนิดหน่อย แวะเข้าห้องน้ำ แล้วก็เดินทะลุไปสถานีรถไฟ แยกจากเทนส์แล้วก็มุ่งหน้าสู่เป้าหมายต่อไป สถานี ชินจูกุ
เป็นวันอาทิตย์ คนที่ชินจูกุเยอะมากๆ เดินดูของ ดูร้านได้สักพัก ก็มุ่งหน้าสู่สถานที่ๆจะไป คือย่านโลกีย์ของชินจูกุ คาบุกิโจ
ซุ้มประตูทางเข้าทิศใต้ของย่านคาบุกิโจ ใครเคยเล่น Ryu ga Gotoku หรือ Yakuza ของเครื่องเพลย์ น่าจะคุ้นเคยดี เพราะเกมนี้ใช้ย่านสมมติคือ คามุโระโจซึ่งก็จำลองย่านนี้มาแทบจะเป๊ะๆเลย แค่สลับร้านค้าบ้างเท่านั้นเอง โดยพระเอกของเกมแทบทุกภาค จะสตาร์ท อยู่ไอ้ตรงประตูนี้แหละ
เดินเล่นถ่ายรูปไปสักพัก สมกับเป็นแหล่งโลกีย์จริงๆ มองไปทางไหนก็เจอแต่คลับ ร้านขายสื่อลามกสารพัด แหม ที่นี่มีทั้งคนเชียร์เข้าร้าน DVD โป๊ คล้ายๆเมืองไทยเลย แบบ “โป๊มั้ยพี่” ที่นี่มีดักอยู่กลางแยกเลย ต้องเดินผ่านทำไม่สน ไม่งั้นถ้าหยุดคุยแล้วสงสัยจะยาว 555
เป้าหมายสำหรับเย็นนี้ คือตึกนี้แหละ Humax Pavillion Kabukicho โดยสังเวียน Shinjuku FACE จะอยู่บนชั้น 7 ของตึกนี้ วิธีเดินมายังตึกนี้ง่ายมาก คือถ้าเดินจากประตูทางเข้าทิศใต้ตามรุปก่อน เดินตรงมาอย่างเดียวครับ จะเจอตึกนี้เองอยู่ตรงลานกว้างๆ โดยอยู่ตรงหัวมุมทางซ้าย ไม่น่าพลาดไปได้
อีกสักรุปกับภาพมุมกว้างขึ้นมาอีกนิดของตึก Humax Pavillion Kabukicho
โปสเตอร์รายการสำหรับวันนี้ OZ Academy เป็นรายการฉลองครบรอบ 15 ปี และก็มีตัวเล็กๆข้างล่างเขียนบอกว่า ฉลองครบรอบ 25 ปีของเจ๊ Mayumi Ozaki , Dynamite Kansai, Aja Kong และ KAORU ด้วย
จากนั้นก็กดลิฟต์ขึ้นไป ปรากฎว่า ไฟไม่ติด ก็นึกว่าไฟเสียแบบลิฟต์เมืองไทยหลายๆที่ เลยกดไปชั้น 6 เอาวะ เดินขึ้นบันไดไปก็ได้ ปรากฎว่าเปิดมาชั้น 6 เป็นคาราโอเกะ หาบันไดขึ้นไม่มี! เดินกลับเข้าลิฟต์กดชั้น 7 ใหม่ ไม่ติด กดชั้น 8 กะว่าเดินลงเอาก็ได้ ออกชั้่น 8 ไป เจอ Mo-Mo Paradise พนักงานต้อนรับ “อิรัชไชมาเสะ” ต้องรีบปฎิเสธไปว่าไม่ได้มากินสุกี้-ชาบู!! เออ ไม่มีบันไดเดินลงอีก เอาละสิ เอาไงดี ว่าแล้วก็เลยกดลิฟต์กลับมาชั้น 1
“ตรึ่ง โป๊ะ!!” ลงมาชั้น 1 เดินไปเดินมา เหลือบไปเห็นไอ้ป้ายนี้พอดี เขาบอกไว้ว่า รายการเปิดประตูให้เข้า 17:30 เริ่ม 18:00 ส่วนล็อบบี้ชั้น 7 เปิดให้เข้าได้ตอน 16:30 มาเร็วไปอีกวันซะแล้ว ลิฟต์เลยไม่ให้กดชั้น 7 นี่เอง! แล้วป้ายนี้ดันอยู่หน้าลิฟต์ตัวในสุด ไอ้เราก็เดินมากดลิฟต์ตัวแรกอันนอกสุดเลย เลยไม่เห็น แหม จะติดป้ายบอกทั้งที น่าจะติดให้เห็นง่ายกว่านี้หน่อยนะ!!
หลังจากนั้นเลยเดินเล่นอีกแป๊ปนึง พอเลย 16:30 แล้วกดลิฟต์ขึ้นไปชั้น 7 ทีนี้กดได้ละ แต่ก็ยังเข้าส่วนของเวทีไม่ได้ ตอนแรกว่าจะมาดูบูธขายของก่อน แต่บูธตั้งอยู่ด้านในหลังประตูฉีกตั๋ว เพราะฉะนั้น ตอนนี้ก็ยังเข้าไปดูของขายอะไรไม่ได้ เลยกดลิฟต์ลงมาเดินเล่นข้างล่างดีกว่า อยู่บนนั้นไม่มีอะไรทำ
เดินดูโน่นดูนี่อีกนิดหน่อย ไปเจอโฆษณา 3DTV เข้า 3D มันต้องแบบนี้สิ!!
พอกลับมา โอ้วคนต่อคิวกันเพียบแล้ว เป็นคิวสำหรับขึ้นลิฟต์ไป Shinjuku FACE น่ะแหละ เพราะต้องขึ้นไปทางลิฟต์อย่างเดียว แล้วถ้าไม่จัดระเบียบจะมีปัญหาแย่งกันขึ้นแน่นอน ต้องขอชมเรื่องเข้าคิวมาก สำหรับคนญี่ปุ่นมีวินัยในเรื่องนี้กันมาก ทำให้หลายๆเรื่องเป็นระเบียบเรียบร้อยและเคลียร์ได้เร็ว
จากนั้นก็ต่อคิวขึ้นลิฟต์ไป Shinjuku FACE เรียบร้อย ตรงจุดฉีกบัตร จะมีขายบัตรแลกเครื่องดื่มอยู่ โดยอยู่ที่ราคาดริงค์ละ 500 เยน
หลังจากนั้นใช้เวลาเดินดูของที่ระลึกต่างๆนิดหน่อย ไม่ค่อยมีอะไรโดนใจ ผ่านมาเจอ สติกเกอร์ ชาริตี้ การกุศลบริจาคช่วยเหลือเกี่ยวกับซึนามิ ราคา 500 เยน เลยควักตังค์ซื้อมาอันนึง
มีของที่ระลึกจากต่างค่าย รวมทั้งตั๋วรายการอื่นๆมาขายด้วย ที่เห็นๆก็มี WAVE , JWP , Stardoms แล้วก็มี SMASH อีกนิดหน่อย (เห็นเป็นป้ายโฆษณามากกว่า)
พอดูโต๊ะขายของได้สักพักก็เดินเข้าไปในตัวเวที หาที่นั่ง วันนี้นั่งริงค์ไซด์ฝั่งตะวันตก กะดูโดยคร่าวๆ ที่ Shinjuku FACE นี่น่าจะจุคนได้ราวๆ 500 กว่าคน นั่งรอสักพักจนจะถึงเวลาเริ่ม คนก็มากันเต็มเวทีใช้ได้ ไม่เห็นที่ว่างเลย รายการนี้ไม่ห้ามถ่ายรูป ก็เลยหยิบกล้องมาถ่ายไปเรื่อย
โดยรวมรายการของ OZ Academy ให้อารมณ์ของ Joshi แตกต่างจาก Ice Ribbon เมื่อวานอย่างสิ้นเชิง (แหม ก็แหงอยู่แล้ว) แล้วก็ชอบมีอัดกันข้างนอกเวที วันนี้นั่งริงค์ไซด์ เลยต้องเตรียมตัวหน่อย เวลานักมวยปล้ำพากันมาอัดตรงที่นั่งคนดู ก็จะมีสตาฟฟ์ทีมงาน คอยมากันและต้อนคนออกจากจุดนั้น แล้วโฆษกก็จะประกาศให้คนดูตรงนั้นกรุณาหลีกไป ก็ตื่นเต้นดี ต้องคอยพร้อมอยู่เสมอ เพราะบางทีสตาฟฟ์ทีมงานก็ไม่ทัน พอลากมาอัดกันก็แทบจะโดนลูกหลงเลยทีเดียว
อย่างอันนี้ ป้ามานามิ โตโยต้า โดนอัดมากองอยู่ข้างหน้าเลย รีบกดชัตเตอร์ แล้วรีบเผ่นทันที
แมตช์นี้น้องอายูมิ คุริฮาร่า โดนอัดหนักใช้ได้เลย แล้วก็โดนทีมของทาง JUNGLE JACK 21 โดย AKINO กดชนะไป แต่ต้องยอมรับว่าตัวจริงน่ารักมากๆ ฟอร์มและลีลา ก็ถือว่าดีทีเดียว ไม่ผิดหวังๆ
รายการนี้ที่ประทับใจมากที่สุดคือทีมนี้ Tomoka Nakagawa และ Hiroyo Matsumoto โดยเฉพาะ Matsumoto เธอโชว์ฝีมือไม้ลายมือได้น่าประทับใจมาก รวมไปถึงหน่วยก้านรูปร่างที่ค่อนข้างใหญ่ โชว์พลังได้น่าประทับใจ น่าจะมีอนาคตในวงการได้ไกลเลย ไม่รวมถึงเวลายิ้มแล้วดูดีมีสเน่ห์ทีเดียว ยอมรับว่าชอบมากสำหรับเธอคนนี้ จากแต่ก่อนที่ไม่ค่อยได้ตามผลงานเท่าไหร่ สงสัยจะต้องได้ตามผลงานมากขึ้นซะแล้ว
สำหรับคู่เอกเป็นศึก Three-Way Double Pinfall คือศึกสามเส้าระหว่าง Ozaki กับ Aja Kong และ KAORU ที่เป็นแชมป์คนปัจจุบัน โดยไม่ห้ามอาวุธใช้ได้หมด แล้วก็บุคคลที่สามมาช่วยได้ ไม่ผิดกติกา โดยมีเดิมพันคือ ถ้า Aja Kong แพ้ Jungle Jack 21 จะต้องโดนยุบ ส่วนถ้า Ozaki แพ้ Ozaki Army จะโดนยุบ ประมาณนี้
แต่ปัญหาก็เกิดเพราะ KAORU ไปผิดคิว เซ็ท Aja Kong ไว้บนโต๊ะข้างเวที แล้วกระโดดจากเทิร์นบัคเคิลไปอัด เป็นเล็กดร็อป หรือ ฟุตสตอร์มป์ นี่แหละ แล้วโต๊ะไม่หัก Aja Kong เลื่อนตกโต๊ะ เลยทำให้ KAORU บาดเจ็บ น่าจะบาดเจ็บที่ข้อเท้า อาจจะถึงข้อเท้าหัก (จากที่เห็น) ก็เลยกลายเป็น Aja Kong อัดกับ Ozaki กัน ตัว-ตัว ส่วน KAORU โดนหิ้วกลับเข้าห้องแต่งตัวไปแล้ว
สงสัยกลัวผู้ชมไม่คุ้ม เลยเล่นอาวุธกันใหญ่ ทั้งลวดหนาม ไม้เบสบอลพันลวดหนาม กระป๋อง ปีีป โซ่ งัดเอามาใช้กันใหญ่ เรียกเลือดออกทั้งคู่ โดยสุดท้าย Aja Kong สามารถกด Ozaki ชนะไปได้ Pinfall แรก
ทีนี้แมตช์มันเป็น Three Way Double Pinfall เลยมีปัญหา พอจะเริ่มต่อ กรรมการไปสั่งยุติ (ตรงนี้ฟังที่กรรมการไปหยิบไมค์มาอธิบาย อาจจะผิดพลาดไปบ้าง) เนื่องจาก KAORU ไม่สามารถปล้ำได้ เป็นอันว่า KAORU แพ้ไป โดยกลายเป็น Aja Kong กับ Ozaki ชนะทั้งคู่ เป็นอันว่า Aja Kong ชนะไป เพราะชนะ 2 ครั้งก่อน
ทีนี้ทั้ง Aja Kong กับ Ozaki ก็ไม่พอใจ แฟนๆก็ไม่พอใจ Aja Kong เลยท้าทาย Ozaki ให้เป็นแมตช์ตัวต่อตัว NO DQ 1 ยก วัดกันไปเลย
ในรูปข้างบนเป็นรูป Ozaki ระหว่างฟัง Aja Kong ท้าให้เปลี่ยนเป็น แมตช์ตัวต่อตัว NO DQ (เลือดแกก็ไหลโกรกแล้วตอนนั้น)
พอสตาร์ทแมตช์ต่อ ทีนี้เละเทะยิ่งกว่าเก่า คราวนี้เลือดท่วมเลย โดยเฉพาะ Ozaki แต่ก็เรียกเลือด Aja Kong ได้บ้างจากท่าชุดที่อัดกับป้ายที่ติดลวดหนาม แต่โดยรวม ป้า Ozaki โดนไปหนักมาก สงสัยกลัวคนดูไม่คุ้ม ไม่พอใจ จนสุดท้ายโดนอัดจนแพ้ไปแบบ หวาดเสียวเล็กๆ เพราะเลือดท่วมเลยทีเดียว แต่นับว่าอัดกันมันส์ + โหดใช้ได้ น้องๆ บิ๊ก เจแปน เหมือนกัน
เป็นอันว่างวดนี้ Jungle Jack 21 กวาดเข็มขัดหมดทุกเส้น โดย Kong ได้แชมป์เดี่ยว ส่วน Tomoka Nakagawa กับ Hiroyo Matsumoto ได้แชมป์แทกทีม แต่เรื่องว่า ถ้า Ozaki แพ้แล้ว Ozaki Army จะโดนยุบไหม อันนี้ไม่ค่อยแน่ใจ คงต้องรอติดตามต่อไป
อันนี้ ถ่ายตอนรายการเลิกแล้ว แต่คนยังออเต็มหน้าลิฟต์ ไม่อยากไปเบียดกับเขา เลยกลับเข้ามาถ่ายรูปเป็นที่ระลึกอีกหน่อย สำหรับสังเวียน Shinjuku FACE เนื่องจากคงไม่ได้มาอีกแล้ว สำหรับทริปนี้ เพราะรายการที่เหลือทั้งหมดที่จะไปดู จะไปจัดที่ Korakuen Hall หมด ตอนนี้พบปัญหาอย่างนึงแล้วคือ แบตกล้องไม่พอ! เตรียมไป 3 ก้อน เป็นแบตแท้ก้อนนึง แบตปลอมก้อนนึง และแบต 3rd Party อีกก้อนนึง พอมาถึงตรงนี้ ก้อนสุดท้ายเหลือขีดสุดท้ายกระพริบล่ะ
ออกมาเห็นป้ายรายการงวดต่อไป (?) ของ OZ Academy วันที่ 3 เดือน 5 อยู่ในช่วง Golden Week พอดี โดยไปจัดที่ Green Dome
ตอนเดินกลับ ถ่ายรูปแสงสีกับย่านโลกีย์ คาบุกิโจ สักหน่อย แอบกะว่า ถ้าวันไหนว่างเย็นๆ อาจจะมาเดินย่านนี้อีก (แต่สุดท้าย ก็ไม่ได้มาอีก)
มื้อเย็นวันนี้ ต้องอาศัยร้านสะดวกซื้อใกล้ที่พักอีกแล้ว เนื่องจากกลับดึก มื้อนี้เป็น BIG Cup Noodle Curry อร่อยทีเดียว ชอบๆ
วันต่อไปไม่มีรายการมวยปล้ำ กะว่าจะหาโปรแกรมเที่ยวแบบทั่วๆไปมั่งล่ะ.. แล้วก็ต้องไปเดินหาแบตกล้องเผื่อไว้อีกก้อนด้วย เพราะมีปัญหาแบตไม่พอใช้
แต่แล้วปรากฎว่า คืนนี้ท้องเสีย!! ไม่รู้เหมือนกันว่าอะไรทำพิษ แต่ตัวเองก็เป็นคนที่ท้องเสียง่ายอยู่แล้ว เป็นอันว่ากินยาแก้ท้องเสีย แล้วก็เข้าๆออกๆ ห้องน้ำ จนเกือบเช้า ไม่ได้นอนเท่าไหร่เลย…







































































































































